26 ต.ค. 63 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ นักศึกษา ประชาชน ที่คาดว่าตนเองจะมีหมายจับจากคดีการชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ที่ประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 63 และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงตัว ด้านพนักงานสอบสวนแสดงหมายจับ 7 นักศึกษาประชาชนที่เดินทางเข้าพบ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาและให้ทำสัญญาประกันตัวโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์หากผิดสัญญาประกันปรับเงินคนละ 105,000 บาท 

ภาพผู้ต้องหา คดีเชียงใหม่จะไม่ทน เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 63 พร้อมทนายความหลังเข้าแสดงตัวและถูกแจ้ง 5 ข้อกล่าวหา วันที่ 26 ต.ค. 63

หลังมีการจับกุมอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน และประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุม #ม็อบ14ตุลา ที่กรุงเทพฯ ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ จากคดีการชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ที่ประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 63 ก่อนส่งตัวมาเชียงใหม่และประสิทธิ์ได้ประกันตัวออกมาเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 63 (รายงานก่อนหน้านี้)

ได้มีข่าวว่านอกจากทั้ง 2 คนแล้ว ยังมีผู้ถูกออกหมายจับในคดีเดียวกันอีกจำนวน 7 คน กลุ่มคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้พยายามเข้าติดตามสอบถามรายชื่อผู้ถูกออกหมายจับโดยศาลจังหวัดเชียงใหม่จากพนักงานสอบสวนสภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อจะประสานผู้ที่มีรายชื่อมาแสดงตัวและเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายถึง 2 ครั้ง แต่พนักงานสอบสวนไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อของผู้ที่ถูกออกหมายจับดังกล่าว 

 

กระทั่งวันนี้ (26 ต.ค. 63) เวลาประมาณ 10.00 น. นักศึกษาและประชาชน ที่คาดว่าตนเองมีหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เตรียมเข้าประกันตัวนักศึกษาและประชาชนที่มีหมายจับ ได้เดินทางเข้าแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินกระบวนการตามกฎหมายอีกครั้ง พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งรายชื่อผู้ที่ถูกออกหมายจับจำนวน 7 ราย ได้แก่ ธนาธร วิทยเบญจางค์, วัชรภัทร ธรรมจักร, วิธญา คลังนิล, สุปรียา ใจแก้ว, ณัฐวุฒิ ตติเวชกุล, สุริยา แสงแก้วฝั้น และเพ็ญสุภา สุขคตะ 

ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะได้แสดงหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ให้นักศึกษา ประชาชนทั้ง 7 คน และทนายความได้รับทราบ พร้อมจัดทำบันทึกการจับกุม โดยทนายความกำชับให้พนักงานสอบสวนระบุอย่างชัดเจนว่าผู้ต้องหาทั้งเจ็ดเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเอง โดยไม่ทราบว่ามีหมายจับ และผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย รวม 5 ข้อหา ได้แก่ “ร่วมกัน” กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น, ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9(2) และมาตรา 18, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, ไม่แจ้งการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง โดยผู้ต้องหาทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน 

พนักงานสอบสวนจึงได้ทำการพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของทั้ง 7 คน ก่อนจะทำสัญญาประกันในชั้นพนักงานสอบสวน โดยไม่ต้องวางหลักประกัน มีคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และญาติของผู้ต้องหาเป็นนายประกัน และมีเงื่อนไขว่า หากผิดสัญญาประกันตัวไม่มาตามนัดหมายของพนักงานสอบสวน ให้ปรับเงินคนละ 105,000 บาท ก่อนปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งเจ็ด  หลังใช้เวลาในกระบวนการทั้งหมดกว่า 7 ชั่วโมง 

 

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง 

อานนท์ ยื่นคำแถลงต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ 

อ่านเรื่องราวของประสิทธิ์ และ  อ่านเสียงของอานนท์จากเรือนจำ

ปล่อยตัว “เจมส์ ประสิทธิ์” หลังศาลอุทธรณ์ให้ประกัน ส่วนอานนท์ต้องรอยื่นหลักทรัพย์พรุ่งนี้ เกรงถูกอายัดตัวต่อ

ทนายอานนท์ ตัดสินใจไม่ประกัน กังวลขั้นตอนส่งตัวและเสียเงินประกัน เตรียมคัดค้านฝากขังครั้งที่ 2

อายัดตัวอานนท์เข้ากรุงเทพฯ คดี #19กันยา หลังศาลเชียงใหม่ให้ฝากขังผัด 2 และให้ประกัน