ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. 63 หลังศาลจังหวัดเชียงใหม่ไม่อนุญาตให้ประกันตัว และถูกคุมขังในเรือนจำกลางเชียงใหม่ได้ 5 วัน อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน ได้เขียนคำแถลงยื่นต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ มีใจความโดยสรุปว่า 

การคุมขังตัวผู้ต้องหาที่เกิดขึ้น ช่วยยืนยันความไม่เป็นปกติในสังคมและยืนยันว่าขบวนประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้รอบนี้มาถูกทางแล้ว ผู้ต้องหายืนยันว่าชีวิตของเขาอุทิศให้เพื่อการต่อสู้ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมแล้ว การจับกุมคุมขังไม่ได้ลดทอนหัวใจที่ร้อนเร่าของเขาได้ ภาพสะท้อนของปัญหากระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจนที่สุด คือบรรดาคำสั่ง คำพิพากษา รวมทั้งกระบวนการที่ไม่เป็นธรรม 

ผู้ต้องหาเคยเชื่อมั่นในความยุติธรรมในระบบศาล จึงได้ตัดสินใจและตั้งใจเรียนกฎหมาย แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมากลับพบว่า อำนาจตุลาการเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยค้ำจุนอำนาจเผด็จการ

ตอนท้ายของคำแถลงระบุว่า “อยู่ในเรือนจำ ผมเฝ้าหวังอยู่ลึกๆ ว่าอำนาจตุลาการจะสำนึกในจุดบกพร่องนี้ และกลับมายืนข้างพี่น้องประชาชน ยืนเป็นเสาหลักให้สังคมต่อไป” >> อ่านคำแถลงทั้งหมด << 

ก่อนที่วานนี้ (21 ต.ค. 63) ศาลอุทธรณ์ภาค 5 กลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่ให้ประกันตัวอานนท์ นำภา และประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในคดีการชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ที่ประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 63  โดยศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวทั้งสองคน และประสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางเชียงใหม่ในช่วงประมาณ 19.15 น. ของวานนี้ หลังนักวิชาการจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใช้ตำแหน่งยื่นขอประกันตัว และศาลจังหวัดเชียงใหม่อนุญาต 

 

ล่าสุดวันที่ 22 ต.ค. 63 เวลา 11.00 น. ที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ ทนายความอาสาจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษชนได้เดินทางเข้าเยี่ยมอานนท์ เพื่อหารือแนวทางคดีและการประกันตัว แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ปฏิเสธไม่ให้ทนายความเข้าพบลูกความโดยต้องรอ “คำสั่ง” ก่อนจึงจะสามารถเข้าไปภายในเรือนจำได้ ในขณะที่ญาติของผู้ต้องขังคนอื่นๆ กลับเข้าไปได้ ทำให้ทีมทนายความต้องรออยู่นอกรั้วเรือนจำราว 30 นาที จนเวลาประมาณ 11.30 น. ทนายความจึงได้รับอนุญาตให้เข้าเรือนจำได้ แต่ยังคงติดปัญหาโต้แย้งกับเจ้าหน้าที่เรือนจำเรื่องการเข้าเยี่ยมอานนท์เพื่อปรึกษาคดีกับลูกความ

กระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. หลังทนายความและอานนท์ได้ปรึกษาหารือกันแล้ว อานนท์ตัดสินใจที่จะไม่ยื่นประกันตัว โดยทนายความเล่าว่า เหตุผลที่ไม่ยื่นประกันตัวต่อศาล เนื่องจากกังวลเรื่องการอายัดตัวอานนท์หลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางเชียงใหม่ ซึ่งที่ผ่านมากระบวนการส่งตัวอานนท์ไปยังท้องที่ที่มีการดำเนินคดีไม่มีความแน่นอนและน่ากังวลที่จะถูกอุ้มหาย

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 63 ซึ่งอานนท์ได้ถูกจับกุมตัวจากบริเวณที่ชุมนุมใกล้ทำเนียบรัฐบาล นำไปควบคุมตัวที่ บก.ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี และส่งตัวไปยังจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยเครื่องบินจากกองบินตำรวจ ภายในกองทัพอากาศดอนเมือง โดยมีหน่วยคอมมานโดติดอาวุธครบมือและกระสุนปืนจริงร่วมควบคุมตัว และไม่อนุญาตให้ทนายความหรือผู้ได้รับความไว้วางใจเดินทางไปด้วย จากนั้นอานนท์ยังถูกนำตัวไปควบคุมที่กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะส่งตัวไปขออำนาจศาลในการฝากขังทันที โดยไม่รอทนายความ 

นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ตีราคาหลักประกันจำนวน 2 แสนบาท ซึ่งหากยื่นประกันตัวด้วยเงินจำนวนดังกล่าวแล้วกลับถูกอายัดตัวไปดำเนินคดีในคดีอื่นต่อ อานนท์เห็นว่าควรนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ในการประกันตัวประชาชนหรือนักศึกษาที่อาจถูกจับกุมหรือดำเนินคดีในอนาคตดีกว่า 

หลังจากอานนท์ตัดสินใจไม่ยื่นประกันตัว ทนายความได้เข้ายื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแสดงความประสงค์จะคัดค้านการฝากขังอานนท์ครั้งที่ 2 ของพนักงานสอบสวน ซึ่งจะครบกำหนดการฝากขังครั้งที่ 1 ในวันที่ 26 ต.ค. 63 และขอให้ศาลจังหวัดเชียงใหม่เบิกตัวพนักงานสอบสวนผู้ร้อง และอานนท์ ผู้ต้องหามาที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อไต่สวนคัดค้านการฝากขังครั้งที่ 2 พร้อมทั้งแจ้งทนายความของผู้ต้องหาให้ทราบด้วย

 

ทั้งนี้ ช่วงวันที่ 23-25 ต.ค. 63 เป็นวันหยุดราชการที่จะทำให้ทนายความไม่สามารถเข้าเยี่ยมอานนท์เป็นเวลา 3 วัน ซึ่งต้องติดตามว่าพนักงานสอบสวนและศาลจังหวัดเชียงใหม่จะดำเนินการอย่างไร หลังการตัดสินใจของอานนท์และการยื่นคำร้องของทนายความ

>>อ่านเรื่องราวของประสิทธิ์ และ  อ่านเสียงของอานนท์จากเรือนจำ