นักกิจกรรม “สหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก” ถูกตามถึงบ้านก่อน-หลังชุมนุม19ก.ย. แม่-อดีตภรรยาเป็นกังวล

23 ก.ย. 2563 จิรายุ สาระวาท นักกิจกรรมกลุ่มสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก พร้อมสมาชิกคนอื่นอีกจำนวนหนึ่ง เดินทางไปที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกรณีมีเจ้าหน้าที่ไปติดตามเขาที่บ้านแม่ และอดีตภรรยา

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2563 เวลาประมาณ 11.00 น. มีกลุ่มชายแปลกหน้า 3 คน ขับรถกระบะ 4 ประตู สีดำป้ายแดง ไปหาจิรายุที่บ้านของอดีตภรรยา ซึ่งอยู่กับลูกชายวัย 11 เดือน ที่อำเภอธวัชบุรี หลังจากนั้นอดีตภรรยาได้ส่งภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านมาให้เขาพร้อมข้อความว่า จะทำอะไรก็อย่าให้เดือดร้อนคนอื่น โดยไม่แน่ชัดว่า ชายกลุ่มนั้นได้พูดอะไรกับอดีตภรรยา และจิรายุไม่สามารถติดต่อกลับเพื่อสอบถามรายละเอียดได้ ทั้งนี้ เมื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิด ชายกลุ่มดังกล่าวลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ ขณะที่ไม่สามารถเห็นเลขทะเบียนของรถที่พวกเขาขับมาได้

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2563 ก่อนการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่กรุงเทพฯ มีตำรวจ สภ.โพธิ์ทอง 1 นาย ไปพบแม่ของจิรายุ ซึ่งอยู่กับหลาน 2 คน ที่บ้านในอำเภอเสลภูมิ สอบถามว่า จิรายุจะไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ หรือไม่ ห้ามลูกไม่ให้ไปได้มั้ย แต่แม่ตอบว่า คงไปห้ามเขาไม่ได้หรอก ก่อนที่ตำรวจนายนั้นซึ่งรู้จักกับพ่อของจิรายุจะกลับไปได้บอกว่า อาจจะมีทหารมาหาที่บ้านอีก

การคุกคามโดยการติดตามไปที่บ้านซึ่งมีบุคคลในครอบครัวดังกล่าว จิรายุคาดว่า เกิดขึ้นเนื่องจากการที่กลุ่มสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก จัดการชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่บึงพลาญชัย เมื่อวันที่ 2 ส.ค. และ 3 ก.ย. 2563 และเข้าร่วมการชุมนุม #ทวงอำนาจคืนราษฎร ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมาด้วย โดยการชุมนุมที่ร้อยเอ็ดครั้งแรก เขาเป็นผู้แจ้งการชุมนุมสาธารณะกับ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ด้วยตนเอง ซึ่งในการแจ้งการชุมนุมจะต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลของผู้แจ้ง เพื่อให้เจ้าพนักงานผู้รับแจ้งการชุมนุมสามารถติดต่อกลับได้ ดังนั้น หาก สภ.เมืองร้อยเอ็ด ต้องการติดต่อเขาก็สามารถทำได้ ไม่จำเป็นต้องไปติดตามถึงบ้าน และสร้างความกังวลให้กับครอบครัวซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมทางการเมืองของเขา โดยเฉพาะอดีตภรรยาซึ่งปัจจุบันไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันแล้ว

ด้วยเหตุดังกล่าว จิรายุและกลุ่มฯ จึงเดินทางมาที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อต้องการทราบข้อเท็จจริงว่า ชายลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 3 นาย ที่ไปพบอดีตภรรยาของเขาเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยใด มีความประสงค์อย่างไร รวมถึงใช้อำนาจอะไร มีหมายหรือไม่ โดย พ.ต.อ.ดร.พัทฐกร ศาสนะสุพินธ์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังข้อซักถามของจิรายุและกลุ่มสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก

หลังจากจิรายุเล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ครั้ง และตั้งคำถาม สารวัตรสืบสวนได้ชี้แจงว่า รถคันที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดไม่ใช่รถที่ชุดสืบสวนมี และไม่ใช่รถส่วนตัวด้วย บุคคลทั้งสามก็ไม่ใช่ตำรวจสืบสวนของ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ขณะที่ผู้กำกับระบุว่า ไม่มีคำสั่งให้ไปทำอย่างนั้น เพราะการจัดชุมนุมทั้งสองครั้งของสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอกได้แจ้งการชุมนุม และไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เป็นการชุมนุมทางการเมืองที่สงบ ปราศจากอาวุธ จึงไม่มีเหตุที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด จะต้องไปทำการสืบสวน

ผู้กำกับยังกล่าวต่ออีกว่า ส่วนจะเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยไหนเขาตอบแทนไม่ได้ และไม่สามารถเรียกมาสอบถามได้ว่า ไปด้วยจุดประสงค์ใด มีหมายหรือไม่ พร้อมทั้งแนะนำให้ไปสอบถามที่ สภ.ธวัชบุรี และให้เขารวบรวมหลักฐานพิสูจน์ทราบตัวบุคคลว่าเขาเป็นใคร รวมทั้งอาจร้องทุกข์กล่าวโทษหากเห็นว่าเป็นความผิดทางอาญา

ด้านสมาชิกกลุ่มสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอกยังสงสัยว่า การดำเนินการในลักษณะนี้ไม่ได้มีการประชุมสั่งการจากส่วนกลางก่อนหรือ แต่ผู้กำกับปฏิเสธว่าไม่มี อย่างไรก็ตาม จิรายุได้กล่าวกับตำรวจว่า ถ้าเจ้าหน้าที่คนไหนอยากข้อมูลอะไรสามารถโทรศัพท์ติดต่อเขาได้ตลอด และเขาพร้อมจะให้ความร่วมมือเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องเข้าไปที่บ้านบุคคลที่สามที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยอีก ซึ่งเข้าข่ายการคุกคาม

มีข้อมูลด้วยว่า นอกจากจิรายุ ยังมีครอบครัวสมาชิกคนอื่นของกลุ่มฯ ซึ่งเป็นนักเรียนถูกติดตามก่อนการชุมนุม #ทวงอำนาจคืนราษฎร ในวันที่ 19 ก.ย. 2563 อีกด้วย