สถานการณ์ตร.กดดันรถห้องน้ำชุมนุม 19 ก.ย.: บุกขู่บ้านลูกจ้าง กั้นไม่ให้จอดรถ สกัดรถดูดส้วม

จากกรณีมีรายงานข่าวเจ้าหน้าที่รัฐขัดขวางและปิดกั้นไม่ให้นำรถให้บริการห้องน้ำเข้ามาในบริเวณสนามหลวง ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. ที่ผ่านมานั้น

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนสอบถามเพิ่มเติมไปยังนายปกรณ์ พรชีวางกูร พ่อค้าที่ช่วยสนับสนุนกิจกรรมการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย โดยเป็นผู้ติดต่อประสานงานรถห้องน้ำมาให้บริการกับผู้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากเห็นว่าการชุมนุมที่มีระยะยาวนาน จำเป็นต้องมีห้องน้ำอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาร่วมอย่างเพียงพอ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอยู่ในที่ชุมนุมได้ยาวนานและไม่ลำบากจนเกินไป

ปกรณ์ระบุว่าก่อนวันที่ 19-20 ก.ย. เขาก็ได้เปิดรับบริจาคระดมทุนสำหรับจัดหารถห้องน้ำมาใช้ในการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ และได้ติดต่อบริษัทให้บริการรถห้องน้ำที่เคยใช้บริการมาก่อนหน้านี้เอาไว้ โดยเจ้าของบริษัทดังกล่าวก็สนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักเรียนนักศึกษา และเคยถูกเจ้าหน้าที่รัฐบุกไปพูดคุยที่ออฟฟิศมาแล้วด้วย แต่เจ้าของยังยืนยันที่จะรับงานในการชุมนุมต่อไป

 

รถห้องน้ำที่ให้บริการในที่ชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. (ภาพโดยปกรณ์ พรชีวางกูร และภาพจากทวิตเตอร์)

 

แต่ในครั้งนี้ ปกรณ์ระบุว่าเจ้าของบริษัทนี้ต้องขอยกเลิกงานอย่างเร่งด่วน เนื่องจากลูกจ้างของทั้งบริษัทประมาณ 16-17 คน พร้อมใจกันขอลางานและขอไม่ขับรถห้องน้ำในวันที่ 19-20 ก.ย. เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกไปหาตามบ้านในต่างจังหวัดของลูกจ้างแต่ละคน โดยทราบมาว่าในการชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ไปไล่ตามขอถ่ายบัตรประชาชนกลุ่มลูกจ้างเหล่านี้เอาไว้ โดยอ้างว่าเพื่อความปลอดภัย ก่อนเกิดการติดตามไปบ้านในต่างจังหวัดตามมาในช่วงก่อนการชุมนุมใหญ่ เจ้าหน้าที่ที่ไปตามบ้านในต่างจังหวัดนั้นยังได้ข่มขู่ในลักษณะว่าหากไปร่วมการชุมนุม จะถูกจับในข้อหาล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ทำให้ลูกจ้างแต่ละคนเกิดความเกรงกลัว ไม่กล้ามาทำงาน ทำให้นายจ้างบริษัทนี้ต้องขอยกเลิกรับงาน

ปกรณ์ได้พยายามติดต่อไปยังบริษัทผู้ให้บริการอีกแห่งหนึ่ง จนได้รถห้องน้ำประมาณ 10 คัน เตรียมมาให้บริการในการชุมนุมที่สนามหลวง รวมทั้งมีรถปั่นไฟ รถดูดส้วม และรถขนน้ำ อีกส่วนหนึ่งด้วย

แต่ปรากฏว่าในวันที่ 19 ก.ย. ตั้งแต่ในช่วงสาย รถห้องน้ำกว่าครึ่งหนึ่งได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกักไว้ตรงบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า โดยอ้างว่าต้องตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย เพราะอาจมีการนำอาวุธเข้ามาในที่ชุมนุม ทำให้รถห้องน้ำไม่สามารถเข้ามาในที่ชุมนุมได้ รถห้องน้ำอีกส่วนหนึ่งที่เข้ามาได้ ก็กลับไม่สามารถหาที่จอดรถได้ เนื่องจากตำรวจขับรถจักรยานยนต์ไล่ตาม และห้ามไม่ให้จอดบริเวณรอบสนามหลวง ทำให้รถส่วนนี้ต้องขับวิ่งวนไปมา ทั้งวนรอบสนามหลวงและวนห่างออกไป โดยทราบว่าตำรวจไล่รถห้องน้ำไปถึงบริเวณสะพานพุทธเลยก็มี

ปกรณ์ระบุว่าจนประมาณ 15.30 น. เศษ ที่การชุมนุมเริ่มย้ายเวทีมาที่สนามหลวงแล้ว และคนเริ่มทยอยมามากขึ้น ทำให้รถห้องน้ำส่วนหนึ่งหลุดเข้ามาจอดให้บริการผู้เข้าร่วมชุมนุมได้ และต่อมาก็ทยอยมาจอดได้ทั้งหมด 10 คัน

หากต่อมา เมื่อมีผู้ใช้บริการมากขึ้น จนส้วมของรถห้องน้ำเต็ม ก็ต้องนำรถเข้ามาดูดส้วมออกไป แต่ในช่วงค่ำ รถดูดส้วมที่ดูดส้วมออกไป กลับถูกเจ้าหน้าที่กักรถไว้บริเวณท่าช้าง ไม่สามารถกลับเข้ามาในที่ชุมนุมได้อีก โดยไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจใดในการกักรถไว้ เมื่อรถดูดส้วมไม่สามารถเข้ามาได้ ทำให้รถห้องน้ำเริ่มเต็มอีกในช่วงดึก

 

รถห้องน้ำที่ถูกกดดันจนต้องออกจากที่ชุมนุมบริเวณสนามหลวง

 

จนหลัง 24.00 น. รถห้องน้ำได้ทยอยออกจากที่ชุมนุม ทั้งเนื่องจากส้วมเต็ม ไม่สามารถใช้งานได้ และบางส่วนถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ออกจากพื้นที่ ทั้งอ้างว่าส้วมเต็มแล้ว และอ้างเรื่องว่าการชุมนุมครั้งนี้จะผิดกฎหมาย

ช่วงราวหลัง 2.00 น. ได้เกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อย เนื่องจากมีการประกาศข่าวว่าทางตำรวจได้ยึดรถห้องน้ำไว้ ทำให้ประชาขนไม่พอใจ มารุมล้อม ทั้งผู้ขับรถห้องน้ำเกรงจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย จึงนำรถออกไปจากที่ชุมนุม และไม่มีรถคันใดกลับมาอีก ทำให้ในช่วงรุ่งเช้าของวันที่ 20 ก.ย. ไปจนกระทั่งการชุมนุมสิ้นสุด จึงไม่มีรถห้องน้ำให้บริการในที่ชุมนุมอีก

ปกรณ์ระบุว่าเขาให้การสนับสนุนการจัดหารถห้องน้ำลักษณะนี้หลายครั้ง แต่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นมาก่อน การกระทำของเจ้าหน้าที่ในการพยายามสกัดและปิดกั้นรถห้องน้ำเป็นสิ่งที่บ้าบอมากๆ และไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน