พงส.เมืองหนองบัวลำภูนัดผู้ต้องหาคดีเปิดศูนย์ปราบโกงฯ กะทันหัน นำตัวส่งอัยการทหาร อ้างทหารเร่ง

6 ก.ค.59 เวลา 11.00 น. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองหนองบัวลำภู นัดหมายให้นายสนิท สมงาม, นายสุวาจิตร คำป้อง และนางจิตตรา จันปุย 3 ผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/58 กรณีจัดกิจกรรมเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ เข้าพบกะทันหัน หลังทั้งสามเพิ่งเข้ารายงานตัวเมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา และมีกำหนดนัดให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ค.59

เมื่อทั้งสามเดินทางถึงสถานีตำรวจภูธรเมืองหนองบัวลำภู พนักงานสอบสวนได้นำตัวส่งอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 24 (มทบ.24) จ.อุดรธานี แต่เนื่องจากตำรวจและผู้ต้องหาทั้งสามเดินทางไปถึงศาล มทบ.24 ในเวลาเกือบ 15.00 น. อัยการทหารแจ้งว่า ส่งฟ้องไม่ทัน จึงนัดหมายผู้ต้องหาทั้งสามให้มาพบเพื่อนำตัวส่งฟ้องศาล มทบ.24 ในวันที่ 21 ก.ค.59 จากนั้นจึงปล่อยตัวผู้ต้องหาโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน

นายสนิทเปิดเผยว่า ตำรวจโทรศัพท์แจ้งเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 5 ก.ค. ให้เข้าไปพบ แต่ไม่ได้บอกว่า จะส่งตัวให้อัยการทหาร ตอนนั้นตนก็ยังสงสัยว่า เมื่อวาน (4 ก.ค.59) ก็เพิ่งนัดหมายให้เข้าไปรายงานตัววันที่ 14 ก.ค. แล้วทำไมถึงโทรมานัดให้เข้าไปอีกกะทันหันแบบนี้ ตนคุยกับคนอื่นก็เดาว่า อาจจะเรียกเข้าไปกดดันให้รับสารภาพ เพราะใน 15 คน ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 12 คน รับว่าได้ถ่ายรูปกับป้ายศูนย์ปราบโกงฯ จริง และถูกนำตัวไปปรับทัศนคติแล้ว มีพวกตน 3 คน ที่ให้การปฏิเสธ ทหารอาจจะไม่พอใจ แต่ไม่นึกว่าตำรวจจะส่งตัวไปอัยการศาลทหารเร็วอย่างนี้ ตำรวจแจ้งว่า ทหารเร่งรัดมา ถ้าหากอัยการไม่ปล่อยตัวในวันนี้ ตนก็คงเตรียมเงินประกันไม่ทันอย่างแน่นอน

คดีนี้สืบเนื่องมาจากกลุ่มสตรีศรีหนองบัว ได้ทำกิจกรรมเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่ศาลาวัดอุทุมพรพิชัย ตามที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดหมายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 19 มิ.ย.59 โดยกลุ่มฯ ได้ประชาสัมพันธ์ให้คนที่มาทำบุญในวัดไปลงประชามติ พร้อมทั้งชักชวนให้ถ่ายรูปกับป้ายศูนย์ปราบโกงฯ

แต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ติดตามคนที่มีรูปถ่ายกับป้ายศูนย์ปราบโกงฯ ตามที่ทหารเข้าแจ้งความ มาแจ้งข้อกล่าวหา “มั่วสุมชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย” อันเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 รวมทั้งสิ้น 15 ราย แม้บางคนไม่อยู่ในภาพหรือในที่เกิดเหตุ

ผู้ต้องหา 12 คน รับว่า อยู่ร่วมในกิจกรรมจริง ตำรวจจึงส่งตัวเข้า ‘อบรม’ ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดงที่ 1 จ.หนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเซ็นเงื่อนไขว่าจะไม่ทำผิดอีก และถือว่าคดีเลิกกัน ส่วนนายสนิท, นายสุวาจิตร และนางจิตตรา ไม่ปรากฏในภาพถ่าย และไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ จึงให้การปฏิเสธ

ทั้งนี้ จังหวัดหนองบัวลำภูเป็นเขตรับผิดชอบมณฑลทหารบกที่ 28 จ.เลย แต่เนื่องจากศาลมณฑลทหารบกที่ 28 ยังจัดตั้งไม่แล้วเสร็จ ทำให้คดีที่ต้องขึ้นศาลทหารตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 37/2558, 38/2558 และ 50/2558 ซึ่งได้แก่ คดีที่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 107 – 118, พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และคดีฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่ง คสช. ในเขตจังหวัดหนองบัวลำภูต้องไปที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 24 จ.อุดรธานี

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:  ส่ง 12 ชาวบ้านหนองบัวลำภู ‘อบรม’ อีก เหตุถ่ายรูปป้ายปราบโกง