ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา นักกิจกรรมที่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีมาตรา 112 กรณีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน เมื่อปี 2563 หลังทนายความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ประกันตัวไปเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2569 ซึ่งศาลอุทธรณ์ระบุเหตุผลโดยสรุปว่า การกระทำที่จำเลยถูกฟ้องมีข้อหาอัตราโทษสูง อันส่งผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของประเทศ กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง และนอกจากคดีนี้จำเลยยังถูกดำเนินคดีอีกหลายคดี หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี แม้ก่อนหน้านี้ณวรรษได้ยื่นถอนประกันตนเองระหว่างถูกคุมขังในคดีอื่น อีกทั้งคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาและไม่มีคำพิพากษาแต่อย่างใด
.
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2569 ทนายความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งประกันตัวฯ พร้อมระบุสาระสำคัญว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวโดยให้เหตุผลว่า “ยังไม่มีพยานหลักฐานให้รับฟังเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม” โดยฝ่ายจำเลยเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวคลาดเคลื่อนต่อพฤติการณ์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กล่าวคือ ตั้งแต่เริ่มกระบวนพิจารณาคดี จำเลยได้รับอนุญาตให้ประกันตัวตลอดมาและได้เข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดีมาโดยตลอด ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี จนกระทั่งจำเลยขออนุญาตเพิกถอนประกัน ซึ่งเป็นเหตุพิเศษที่สมควรที่จะยกขึ้นมาพิจารณาว่าสมควรจะอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยดังที่เคยอนุญาตมาก่อนแล้วหรือไม่
ก่อนหน้านี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยวัฒนศักดิ์ ผิวขาว รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เคยมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยในระหว่างพิจารณามาแล้ว โดยวางหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งจำเลยได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนทุกประการ และไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายใด ๆ อีกทั้งจำเลยรายอื่นในคดีเดียวกันก็ได้รับการประกันตัว การคุมขังจำเลยไว้เพียงรายเดียวจึงเป็นการเลือกปฏิบัติที่กระทบต่อสิทธิในการต่อสู้คดี และสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
สำหรับสาเหตุที่จำเลยเข้าสู่การควบคุมของศาลก่อนหน้านี้ เกิดจากการยื่นคำร้องขอถอนหลักประกันตนเองโดยสมัครใจ มิใช่เพราะกระทำผิดเงื่อนไขประกันตัว เป็นเหตุพิเศษที่ศาลสามารถนำพฤติการณ์ระหว่างได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวมาพิจารณากำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการกำกับดูแลแทนการวางหลักประกันได้ ตามข้อบังคับประธานศาลฎีกา นอกจากนี้ คำร้องยังได้อ้างถึงข้อบังคับประธานศาลฎีกาฯ ที่กำหนดให้การสั่งประกันตัวในคดีที่มีจำเลยหลายคนต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล และอาจให้พนักงานคุมประพฤติประเมินความเสี่ยงเพื่อประกอบการพิจารณา
ด้วยเหตุผลข้างต้น จำเลยจึงขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างพิจารณาคดี หากศาลเห็นว่ามีความจำเป็นในการกำหนดเงื่อนไขใด หรือไต่สวนข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา จำเลยยินดีปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด
.
เมื่อวานนี้ (4 พ.ย. 2569) ทนายความได้รับแจ้งผลคำสั่งว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว ลงวันที่ 3 พ.ย. 2569 โดยระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว การกระทำที่จำเลยถูกฟ้องมีข้อหาอัตราโทษสูง อันส่งผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของประเทศ กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง และนอกจากคดีนี้จำเลยยังถูกดำเนินคดีอีกหลายคดี หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี ประกอบกับศาลอุทธรณ์เคยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างพิจารณามาแล้ว และเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง”
กรณีดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลให้ “แอมป์” ณวรรษ ยังคงถูกคุมขังต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แม้จะพ้นโทษในคดีมาตรา 112 อีกคดีหนึ่งที่สิ้นสุดแล้วด้วยโทษจำคุก 1 ปี 7 เดือน แต่ไม่ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากคดีนี้ จากกรณีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดีเพียงหนึ่งคดี
หลังจากนั้น เขาถูกพิพากษาจำคุกในคดี ม.112 ต่ออีกสามคดี ได้แก่ คดีจากการชุมนุมปราศรัยและปาอาหารหมาหน้า สภ.คลองหลวง เมื่อปี 2564 ศาลจังหวัดธัญบุรีพิพากษาจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา, คดีชุมนุม #ม็อบ25พฤศจิกาไปSCB เมื่อปี 2563 ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา และคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อปี 2564 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 8 ปี 8 เดือน ซึ่งทุกคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์
ทั้งนี้ สำหรับคดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ศาลอาญากรุงเทพใต้กำหนดนัดสืบพยานโจทก์นัดถัดไปในวันที่ 17-18 พ.ย. 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2570 ทำให้เขาต้องต่อสู้คดีระหว่างพิจารณาในสถานการณ์ที่ถูกคุมขังต่อไป โดยที่ณวรรษจะถูกเบิกตัวมาศาลเพื่อร่วมการพิจารณาคดีในวันดังกล่าว
