ผู้ถูกกล่าวหาเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊ก “Godd Dam” เดินทางเข้าพบตำรวจแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนถูกแสดงหมายจับภายหลัง

วันที่ 28 ต.ค. 2569 จากกรณีกระแสข่าวการดำเนินคดีต่อแอดมินเพจเฟซบุ๊กชื่อ “Godd Dam” ทั้งในกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีการเผยแพร่สลิปการโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท เข้าบัญชีชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าเป็นค่าน้ำชา และต่อมามีรายงานระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 112 ด้วยนั้น 

“ชัยรัตน์” (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ซึ่งถูกเผยแพร่ชื่อสกุลในข่าวต่าง ๆ พร้อมกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจดังกล่าว ได้ดำเนินการปรึกษาทนายความ หลังมีรายงานข่าวว่าตำรวจดำเนินการไปขอออกหมายจับจากศาล แต่ศาลอาญายังไม่อนุมัติหมายจับในวันที่ 27 ต.ค. 2569 

ก่อนในช่วงเช้าวันนี้ ชัยรัตน์ได้ตัดสินใจเดินทางไปพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยในเวลา 9.30 น. ได้เดินทางไปที่ สน.บางเขน ซึ่งมีรายงานข่าวระบุว่า พ.ต.ท.แทน ไชยแสง ตำรวจสันติบาล ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 แต่ตำรวจยังไม่ได้มีการดำเนินการแจ้งข้อหาในกรณีนี้ โดยระบุว่ายังอยู่ระหว่างสอบสวน ชัยรัตน์จึงได้ขอลงบันทึกประจำวันไว้ว่าเดินทางมาพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ มิได้หลบหนี

ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. เศษ  ชัยรัตน์พร้อมกับทนายความได้เดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.1) ซึ่งมีรายงานข่าวว่าเป็นผู้ดำเนินการขอออกหมายจับในเรื่องการเผยแพร่สลิปโอนเงินดังกล่าว

ชัยรัตน์ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน และขอลงบันทึกประจำวันไว้ โดยยืนยันว่า จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ มีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของเขาเกี่ยวกับกรณีนี้ เขาขอปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊กหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจเฟซบุ๊กตามที่เป็นข่าว และไม่ได้กระทำการใดๆ ตามที่เป็นข่าว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่หลบหนีและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จึงขอเข้าพบพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบและคณะทำงานพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาและโปรดคุ้มครองสิทธิของประชาชนตามกฎหมาย

หลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เวลาประมาณ 12.00 น. พ.ต.อ.รชตโชค ลีวานิชกุล ผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.1 แจ้งว่าชุดสืบสวนกำลังเดินทางมา พร้อมหมายจับของศาล โดยระบุว่าจะสอบปากคำ แล้วจะนำตัวไปขอฝากขังที่ศาลต่อไป

ต่อมาเวลา 13.30 น. ตำรวจชุดสืบสวนที่เดินทางมา ได้ดำเนินการแสดงหมายจับของศาลอาญา ใน 2 ข้อกล่าวหา ได้แก่ 

  1. ข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) (2) ฐานทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
  2. ปลอมเอกสาร ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

ในชั้นจับกุม ชัยรัตน์ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้ปากคำไว้กับตำรวจ ต่อมาทราบว่าตำรวจได้ดำเนินการไปขอหมายค้นจากศาล เพื่อเข้าตรวจค้นพยานหลักฐานเพิ่มเติม สถานการณ์จะรายงานให้ทราบต่อไป

.

X