สวัสดีทุกคนที่กำลังอ่านจดหมายฉบับนี้ ตอนแรกตั้งใจว่าฉบับนี้จะพูดถึงนิยายซักเล่มสองเล่ม ถ้านานกว่านี้ มันจะเริ่มลืมรายละเอียด แต่ก็มีเรื่องใหญ่มาแทรกจะก่อน ไม่พ้นเรื่องน้ำท่วม (ซึ่งในเรือนจำนี่ก็ท่วม)
ด้านในนี้ก็ไม่ได้มีอะไรให้เก็บหนีน้ำเยอะมาก จะมีก็แต่ ห้องสมุดที่ช่วยงานอยู่ ก็รักษาหนังสือไว้ได้ทุกเล่มอยู่ แต่ตอนเก็บของ (ที่ไม่ได้มีเวลาเยอะมาก) ลืมคิดเรื่องชั้นวางไม้อัด ทำให้มีเสียไปบ้าง ความจริงที่ควรจะเป็นพื้นที่ที่กลับสภาพปกติง่ายที่สุด แต่ด้วยเรื่องไม่คาดฝันอาจทำให้กลับมาได้ช้าที่สุดแทน
นอกจากนั้น ก็ได้มีโอกาสดู Crisis Management ในเรือนจำ ซึ่งถ้าเขียนเล่าหมด จดหมายคงไม่ได้ส่ง เลยจะขอเปรียบมันกับการรับมือของรัฐบาล (และ กทม.) ต่อเรื่องน้ำท่วมแทน
Flash flood ครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผู้บริหารประเทศไม่อยู่ (แต่กลับสร้างความเชื่อมั่นแบบผิดๆ ว่า ‘เอาอยู่’) คนหน้างานก็ต้องเตรียมตัวรับมือด้วย เวลา และทรัพยากรที่จำกัด
การสื่อสารที่ล่าช้า หรือไม่เป็นระบบ ไม่ว่าจะเรื่องการปล่อยน้ำในเขื่อนของตจว. หรือการไม่มีศูนย์รับมือกลางใน กทม. (คนที่จะช่วยก็ไม่รู้ต้องทำยังไง คนขอความช่วยเหลือจะต้องขอที่ไหน)
สุดท้ายผู้ประสบภัยก็ต้องพึ่งตัวเอง ยังไม่ต้องพูดถึง งบของ ปภ. ที่ก็ยังไม่มีเหมือนเดิม ทั้งที่ประเทศเจอภัยพิบัติมาบ่อย และถี่มากขึ้น (บางทีก็สงสัยว่าใน ยุทธศาสตร์ชาติ (ลืมกันรึยัง) มีแผนการรับมือน้ำแค่ไหน แต่จะหวังอะไรกับ การเอาคณะรัฐประหาร มาวางแผนพัฒนาประเทศ)
สุดท้ายสถานการณ์ดีขึ้นเพราะฝนหยุด (แต่น้ำเหนือ และพายุลูกต่อไปมารอแล้ว) ถ้าข้างนอกยังจัดการกันแบบนี้ ผมเองอาจได้ย้ายเรือนจำเพราะน้ำท่วม ก็เป็นได้
สุดท้ายเรื่อง efficiency จะ scale ไหนมันก็ส่งผล และถ้าระบบไม่ support ให้ ต่อให้คนพยายาม efficient แค่ไหน มันก็ bottleneck แถมยิ่งพยายามแก้ก็ยิ่งโดนเขม่นแทน
ด้วยความอยากไปช่วย ภัยพิบัติด้านนอก
รุจ ที่เห็น inefficiency แล้วหงุดหงิด แต่คนเดียวแก้ระบบไม่ได้
5 October 2026
.

