ตัวแทนประชาชนที่ถูก “ธรรมนัส” ดำเนินคดีที่พะเยา เข้ายื่นร้องเรียน กมธ.วุฒิสภา ขอให้ตรวจสอบเข้าข่ายฟ้องคดีฟ้องปิดปากหรือไม่

วันที่ 26 มี.ค. 2569 เวลา 13.00 น. ที่อาคารรัฐสภา สุภาภรณ์ โพธิ์ศรี หรือ “แอปเปิ้ล” แม่ค้าจากจังหวัดราชบุรี เป็นตัวแทนประชาชนที่ถูก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มอบอำนาจแจ้งความดำเนินคดีที่จังหวัดพะเยา จากการแสดงความคิดเห็น เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ขอให้ตรวจสอบว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายการฟ้องปิดปากประชาชนหรือไม่ และขอให้พิจารณาแนวทางป้องกันสถานการณ์การใช้กฎหมายในลักษณะดังกล่าว ซึ่งพบเพิ่มมากขึ้น

สุภาภรณ์เป็นหนึ่งในประชาชนหลายคนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ที่ สภ.เมืองพะเยา จากกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม มอบอำนาจให้นายอาทิตย์ มานัสสา เข้าแจ้งความดำเนินคดี กรณีที่มีประชาชนแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับภูมิหลัง ประวัติ และการทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส โดยในส่วนคดีของเธอยังอยู่ในชั้นอัยการ และต้องเดินทางไปที่จังหวัดพะเยาสามครั้งแล้ว

ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าว ระบุว่าได้ดำเนินคดีลักษณะดังกล่าวที่จังหวัดพะเยาประมาณ 600 คดี โดยได้จัดตั้งวอร์รูมไว้ที่จังหวัดพะเยาและนราธิวาส  ต่อมาพบว่าประชาชนหลายคนที่ได้รับหมายเรียก ต้องเดินทางไกลจากภูมิลำเนาไปต่อสู้คดีที่จังหวัดพะเยา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิเสธไม่ให้โอนย้ายคดีไปยังภูมิลำเนา ทำให้เกิดความเดือดร้อนทั้งในด้านการเดินทาง ต้นทุนด้านเวลา การประกอบอาชีพ และภาระค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี

สุภาภรณ์ ซึ่งได้ช่วยประสานงานให้กับประชาชนที่ได้รับหมายเรียกและถูกดำเนินคดี จึงได้เป็นตัวแทนของผู้ถูกกล่าวหา เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ของวุฒิสภา ในวันนี้ โดยมี นรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการ พร้อมด้วย เทวฤทธิ์ มณีฉาย กรรมาธิการ เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียน

.

เนื้อหาหนังสือที่ยื่นต่อคณะกรรมาธิการโดยสรุประบุว่า เนิ้อหาของข้อความที่ประชาชนหลายคนถูกแจ้งข้อกล่าวหา มีลักษณะเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองโดยทั่วไป อันมีลักษณะเป็นการตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับมาตรฐานความ โปร่งใส และความเหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มิใช่การใส่ความหรือกล่าวหาให้เกิดความ เสียหายแก่ชื่อเสียงของบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ยังอยู่ภายใต้การคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 34 ซึ่งรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น รวมถึงการติชมโดยสุจริต

นอกจากประชาชนที่แสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์แล้ว ยังพบว่ามีสื่อมวลชนที่ถูกกล่าวหาดำเนินคดีที่จังหวัดพะเยาด้วย จากการจัดรายการพูดคุยข่าวในยูทูป

กลุ่มประชาชนเห็นว่าการใช้กฎหมายในลักษณะดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็นการแจ้งความดำเนินคดีเพื่อปิดปาก หรือการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (SLAPP) ซึ่งเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมโดยมิได้มุ่งหวังผลทางคดีเป็นหลัก แต่มุ่งให้เกิดผลกระทบต่อผู้ถูกกล่าวหาจนเกินสมควร ต้องเดินทางไกลไปต่อสู้คดี เกิดภาระและต้นทุนทางคดี รวมทั้งยังส่งผลเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนในสังคม โดยที่การใช้สิทธิทางกฎหมายของบุคคลสาธารณะจึงต้องอยู่ภายใต้หลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน มิใช่เป็นเครื่องมือให้ผู้กล่าวหากดดันหรือข่มขู่ผู้เห็นต่างทางการเมือง หรือผู้วิพากษ์วิจารณ์ตนเอง 

จึงขอร้องเรียนให้คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบการกระทำดังกล่าว ว่าเข้าข่ายเป็นการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมโดยชอบหรือไม่ เข้าข่ายเป็นการดำเนินคดีเพื่อปิดปากประชาชนหรือไม่ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือไม่ และจะมีกระบวนการอย่างไรในการหยุดยั้งสถานการณ์ดังกล่าว

รวมทั้งขอให้คณะกรรมาธิการฯ พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (SLAPP) โดยนักการเมืองที่มีอิทธิพลในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พบเพิ่มมากขึ้น และอาจมีแนวโน้มดำเนินต่อไปอีกในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ย้อนทบทวนรอบ 8 ปี “ธรรมนัส” มอบอำนาจไปกล่าวหาคดีหมิ่นประมาท ‘ประชาชน-คู่แข่งทางการเมือง’ ต่อเนื่อง

.

X