11 ก.ค. 2561 ศาลทหารกรุงเทพนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง หลังเลื่อนมา 4 ครั้ง กินเวลากว่า 1 ปี โดยสั่งตัดพยานจำเลยที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตที่ตั้งโดยกระทรวงกลาโหม นัดสืบพยานปากแรกวันที่ 6 พ.ย. 2561

สิรวิชญ์ เสรธิวัฒน์, อานนท์ นำภา, กิตติธัช สุมาลย์นพ, วิศรุต อนุกูลการย์, กรกนก คำตา, วิจิตร์ หันหาบุญ, และกรกช แสงเย็นพันธ์ จำเลยซึ่งถูกฟ้องในข้อหาชุมนุมทางการเมือง ฝาฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 จากกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง เดินทางมาศาลในนัดตรวจพยานหลักฐานที่ศาลทหารกรุงเทพ หลังจากเลื่อนมา 4 ครั้ง กินเวลา 1 ปี เนื่องจากมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการที่ศาลไม่รับบัญชีระบุพยานของจำเลยที่ขอให้ศาลมีหมายเรียก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร, พล..วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล, และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล มาเป็นพยานเบิกความต่อศาล

นัดนี้ อัยการทหารแถลงขอสืบพยานบุคคล 23 ปาก ได้แก่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้กล่าวหา, ประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ 7 ปาก, พยานผู้ตรวจที่เกิดเหตุ, พยานผู้รับรายงานตัวจำเลย 2 ปาก, พยานแวดล้อม, พยานผู้จับกุม 3 ปาก, พยานพนักงานการรถไฟ, พยานผู้ตรวจสอบข้อมูลบนเว็บไซต์, พยานแพทย์ผู้ตรวจร่างกายจำเลย 2 ปาก, และคณะพนักงานสอบสวน 4 ปาก ส่วนจำเลยแถลงขอสืบพยานโดยอ้างตนเองเป็นพยาน, พยานผู้เชี่ยวด้านนิติศาสตร์และด้านรัฐศาสตร์รวม 2 ปาก, และประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ ส่วน พล.อ.ไพบูลย์ และ พล.อ.อุดมเดช ฝ่ายโจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงในคลิปที่ทั้งสองให้สัมภาษณ์เรื่องอุทยานราชภักดิ์ ฝ่ายจำเลยจึงไม่ติดใจที่จำนำพยานทั้งสองเข้าสืบอีก ส่วน พล..วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ซึ่งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ที่ตั้งโดยกระทรวงกลาโหม ศาลสั่งตัดพยานทั้งสองเนื่องจากเห็นว่าไม่เกี่ยวกับประเด็นในคดี รวมถึงไม่ให้เรียกพยานเอกสารที่เป็นรายงานการตรวจการทุจริตด้วย

สำหรับชนกนันท์ รวมทรัพย์ ซึ่งศาลให้ออกหมายจับเนื่องจากจำเลยมีพฤติกรรมหลบหนี ศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว หากจับตัวได้จึงจะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อ และนัดสืบพยานปากแรก คือ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้กล่าวหา วันที่ 6 พ.ย. 2561 เวลา 08.30-16.30 น.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง