“เอกชัย หงส์กังวาน”: ผ่านไป 2 เดือนในเรือนจำ ยังรอส่งตรวจฝีในตับ ขณะถูกย้ายแดนกระทันหัน ห่วงการรักษายิ่งล่าช้า

หลังจากที่ทนายความยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมและผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 เพื่อขอให้ส่งตัว “เอกชัย หงส์กังวาน” นักกิจกรรมทางการเมืองวัย 50 ปี ไปรับการรักษาอาการฝีในตับอย่างต่อเนื่อง การติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไป

ย้อนไปในการเยี่ยมวันที่ 28 ต.ค. 2568 เอกชัยได้รับทราบว่าทนายความยื่นหนังสือเรียบร้อยแล้วทั้งสองแห่ง ทั้งที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์และเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อขอให้ส่งตัวเขาไปรับการรักษา ในวันเดียวกัน เอกชัยเล่าถึงความยากลำบากในการเข้าถึงแพทย์ในเรือนจำแห่งนี้ ที่ต้องใช้เวลารอนานถึง2-3สัปดาห์ รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่เขากำลังเผชิญอยู่ หลังจากนั้น การติดตามความคืบหน้าของหนังสือดังกล่าวจึงดำเนินต่อไป

กระทั่งวันที่ 7 พ.ย. 2568 เมื่อไปติดตามเรื่องหนังสือที่งานธุรการเรือนจำ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าหนังสือดังกล่าวอยู่ระหว่างการเสนอให้ผู้บัญชาการลงนาม และได้อธิบายขั้นตอนต่อไปว่าเมื่อได้หนังสือกลับมาแล้ว จะส่งเรื่องไปที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์เพื่อพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 เมื่อกลับไปติดตามความคืบหน้าของหนังสือดังกล่าวอีกครั้ง สถานการณ์กลับมีความสับสนเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่งานธุรการไม่สามารถหารายการหนังสือได้ ทนายจึงได้ขอเข้าเยี่ยมเอกชัยก่อนแล้วจะกลับมาติดตามอีกรอบ เมื่อเยี่ยมเสร็จและกลับมา เจ้าหน้าที่แจ้งอีกครั้งว่าถ้าเจอหนังสือแล้วจะติดต่อกลับมา โดยคิดว่าหนังสือน่าจะอยู่ที่ห้องผู้บัญชาการ ขณะที่กำลังจะออกไป ได้เจอเจ้าหน้าที่อีกคนพากลับเข้าไปในห้องธุรการอีกรอบเพื่อเช็ครายชื่อ ปรากฏพบเพียงหนังสือของ “ฟรานซิส บุญเกื้อหนุน” อีกหนึ่งผู้ต้องขังในคดีเดียวกันเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่าขอให้ส่งหนังสือมาอีกรอบได้หรือไม่ 

_________________________________________________

บันทึกเยี่ยม วันที่ 11 พ.ย. 2568

เมื่อปลายอาทิตย์ที่แล้ว ทราบว่าผู้ต้องขังในคดีมาตรา 110 ทั้งห้าคน ได้ถูกย้ายแดนแยกจากกัน จากเดิมอยู่ในแดน 6 ทั้งหมด มีเพียง “ฟรานซิส” บุญเกื้อหนุน ที่ยังอยู่ในแดนเดิม ส่วนเอกชัยถูกย้ายไปแดน 3 การย้ายแดนยังทำให้รอบเยี่ยมญาติเปลี่ยนไปด้วย โดยเอกชัยเยี่ยมได้บ่ายวันจันทร์และเช้าวันพฤหัสในรอบสัปดาห์

หลังพบหน้ากัน เอกชัยได้สอบถามเรื่องหนังสือขอส่งตัวไปรักษา ได้ปริ้นต์หนังสือตอบกลับของผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชทัณฑ์อ่านให้ฟัง และแจ้งว่ากำลังติดตามหนังสืออีกส่วนกับทางเรือนจำ 

เมื่อนำเอกสารเวชระเบียนของโรงพยาบาลราชวิถีที่เอกชัยเคยเข้าไปรักษามาให้ดู เอกชัยบอกว่าไม่ต้องส่งเข้าไป เพราะครั้งที่แล้วส่งเข้าไปก็ไม่มีอะไร รอบนี้เก็บไว้ก่อนแล้วถ้าเจ้าหน้าที่ต้องการจะให้ยื่นค่อยว่ากัน

เมื่อพูดคุยเรื่องทั้งหมดแล้ว เอกชัยฝากเรื่องออกมาหลายประการ ได้แก่ เรื่องที่ฟรานซิสจะยื่นฎีกาพร้อมยื่นประกันตัวในครั้งต่อไป โดยเขาอาจจะรอดูผลการประกันตัวก่อน

วันนี้เอกชัยดูเหนื่อย ระหว่างคุยมีการไอบ้างประปราย หลังจากเขาก็น่าจะติดไข้หวัดที่ระบาดในเรือนจำ ก่อนหน้านี้เขามีอาการเป็นไข้ น้ำมูกไหล และไอ 

ในการเข้าเยี่ยมเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม เอกชัยเคยบ่นเรื่องสถานการณ์การรักษาพยาบาลในเรือนจำคลองเปรม ว่าการได้พบแพทย์ค่อนข้างยุ่งยากกว่าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยที่นี่ผู้ต้องขังใช้การลงชื่อขอพบแพทย์ แต่ที่เรือนจำคลองเปรมต้องเขียนเป็นคำร้อง บรรยายอาการป่วยของตนเอง พร้อมอาจจะต้องเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ กว่าจะได้พบ โดยเอกชัยได้ยื่นขอแพทย์เนื่องจากมีอาการเกี่ยวกับปัสสาวะไม่สุด

ส่วนในการได้รับยา ในช่วงที่มีโรคไข้หวักระบาดนี้ เรือนจำก็มีแจกยาพาราฯ ให้คนป่วยคนละ 1 เม็ดต่อวัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ เฉพาะคนที่อาการหนักและถูกนำไปกักตัวรวมกัน โดยการกักตัวมีลักษณะเหมือนขังคุกมืดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ได้เยี่ยมญาติตลอดการกักตัว ทำให้บางคนก็กลัวการกักตัวแบบนี้

เอกชัยยังย้ำถึงคดีมาตรา 110 ของตัวเองและคนอื่น ๆ ว่า ยังเชื่อว่าเป็นการพยายามจัดฉาก เพื่อให้เกิดสถานการณ์และนำไปสู่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในวันต่อมาของการชุมนุม โดยเขายังหวังให้คนภายนอกร่วมกันผลักดันการเคลื่อนไหวให้นิรโทษกรรมทุกคดีต่อไป รวมทั้งคดีมาตรา 112 หรือคดีชุมนุมทะลุแก๊ส เพราะคนส่วนใหญ่ที่ติดคุกอยู่ ก็มาจากคดีเหล่านี้

ต่อมา เอกชัยยังส่งจดหมายเล่าถึงสถานการณ์ของตนเองออกมา

.

จดหมายจากเอกชัย: การย้ายแดนที่ไม่คาดคิด เจ็บบริเวณแผลผ่าตัด รอตรวจไม่มีความคืบหน้า

เกือบ 2 เดือนที่ผมใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำคลองเปรม แดน 6 ในที่สุดเราทั้งห้าคนก็ถูกย้ายแดนกระจัดกระจายอย่างกระทันหัน เร็วกว่าที่ควรจะเป็นหลายสัปดาห์ ยังไม่ทราบเหตุผล

ผมและเก่งมาอยู่แดน 3 ขวัญไปอยู่แดน 1 ตันไปอยู่แดน 4 มีเพียงฟรานซิสที่ยังอยู่แดน 6 ต่อไป ส่งผลให้วันเยี่ยมญาติของเราต้องเปลี่ยนไปด้วย โดยผมเยี่ยมญาติได้สองวันคือจันทร์และพฤหัสบดี

ที่แดน 3 ผมได้พบกับผู้ต้องขังทางการเมืองหลายคน เช่น “แม็กกี้” (คดี ม.112) และ “เมธี” (อดีตดาราเสื้อแดง) พวกเขาอยู่ที่นี่นานนับปีก่อนที่ผมจะมาถึง

ก่อนหน้านี้ผมเคยยื่นคำร้องขอตรวจ CT-scan เพื่อติดตามผล (follow up) โรคฝีในตับที่ผมเคยรักษาในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในช่วงที่ผมถูกจำคุกในคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ผมยื่นคำร้องตั้งแต่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่จนตอนนี้ยังคงไม่มีความคืบหน้า ด้วยสภาพห้องนอนที่แออัดทำให้ผมเจ็บที่ช่วงท้องด้านขวาใกล้แผลผ่าตัดตอนตื่นนอนช่วงเช้าบ่อย ๆ ไม่รู้การย้ายแดนแบบนี้ จะทำให้การออกตรวจติดตามผลยิ่งช้าขึ้นอีกหรือเปล่า

10 พ.ย. 2568

เอกชัย หงส์กังวาน

เรือนจำกลางคลองเปรม

——————————-

เกี่ยวกับคดีที่ทำให้เอกชัยถูกคุมขังในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 ศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ในคดีที่เขาและผู้ร่วมคดีอีก 4 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาหลักคือประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามมาตรา 110 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จากเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ที่ถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จของสมเด็จพระราชินี โดยศาลลงโทษจำคุกเอกชัยถึง 21 ปี 4 เดือน

การถูกคุมขังในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 ในชีวิตของเอกชัยแล้ว ก่อนหน้านี้เขาเคยถูกจำคุกในคดีมาตรา 112 จากการขายซีดีสารคดีของสำนักข่าว ABC และคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีโพสต์เรื่องเพศสัมพันธ์ในเรือนจำ อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาถูกส่งตัวมาคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม หลังจากไม่ได้รับการประกันตัว โดยเขาและผู้ร่วมคดีทั้ง 5 คน ถูกย้ายมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2568

สำหรับปัญหาสุขภาพของเอกชัย ระหว่างที่เขาถูกคุมขังในปี 2566 เขาได้เกิดอาการฝีในตับ และถูกส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งแพทย์ตรวจพบก้อนที่ตับขนาด 11×8 เซนติเมตร จากนั้นจึงได้รับการส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยแพทย์เฉพาะทางได้ทำการเจาะระบายหนองออกจากฝีในตับ และมีการนัดหมายให้กลับมาติดตามอาการในภายหลัง

จนถึงปัจจุบัน (11 พ.ย. 2568) เอกชัยถูกคุมขังระหว่างต่อสู้ชั้นฎีกาในครั้งนี้เป็นเวลา 68 วันแล้ว

ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงเอกชัย และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

.

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

คดีทางการเมืองทั้งหมดของ เอกชัย หงส์กังวาน

X