มนทนา ดวงประภา
.
การขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นเรื่องที่ผู้คนมีประสบการณ์พบเจอได้ในหลากหลายรูปแบบ หากเป็นคู่ความหรือเป็นญาติย่อมต้องการให้ตนชนะคดี ได้ค่าเสียหายหรือศาลยกฟ้องว่าตนเองไม่มีความผิด หากเป็นเพื่อน อาจเดินทางไปส่งกำลังใจ ถ้าเราเป็นบุคคลที่สาม และลองรับบทเป็น “ผู้สังเกตการณ์คดี” หรือจะเป็นประชาชนทั่วไปที่อยากรู้อยากติดตามคดี คำถามเบื้องต้นคือ แล้วเราจะไปศาลทำไมนะ
การได้เห็นตัวอย่างจากประเทศอื่น ๆ ว่าการไปสังเกตการณ์คดี หรือการร่วมกันติดตามเรื่องราวจากห้องพิจารณาคดีนั้น มีประโยชน์อย่างไร สร้างแรงผลักดันอะไรได้บ้าง ทั้งในแง่มุมของนักสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรมทางการเมือง ประชาชนคนธรรมดา หรือนักศึกษาวิจัย เหล่านี้อาจจะช่วยให้พลเมืองอย่างเรา ๆ ไปศาลได้อย่างมีความหมายมากขึ้น
.
เอธิโอเปีย: Solidarity จากนานาชาติ ติดตามสังเกตการณ์คดีกลุ่มบล็อกเกอร์ Zone 9 ที่สุดศาลยกฟ้องข้อหาก่อการร้าย
ในเอธิโอเปีย ประเทศที่จัดการกับการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากรัฐด้วยข้อหา “การก่อการร้าย” อย่างเป็นระบบ ติดโผหนึ่งในสิบประเทศที่ปิดกั้นข่าวสารมากที่สุดในโลก1 ขนาดกลุ่มบล็อกเกอร์ Zone 92 ที่รวมตัวกันเพื่อสร้างเรื่องเล่าเกี่ยวกับสภาพสังคมการเมือง เพื่อให้เกิดข้อถกเถียงในเอธิโอเปียและเป็นสื่อออนไลน์ที่คนรุ่นใหม่ติดตามจำนวนมาก กลับกลายเป็นกลุ่มที่ตกเป็นเป้าจับตาของรัฐ และหนีไม่พ้นการใช้คดีอาญาเข้าจัดการให้เงียบเสียงลง
กลุ่มบล็อกเกอร์ดังกล่าวล้วนเป็นบุคคลธรรมดา บ้างเป็นนักกฎหมาย นักเศรษฐศาสตร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี หนึ่งในนั้นยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลที่กระทรวงสาธารณสุข อีกรายยังทำงานด้านวิศวกรสายการบินมาก่อน3
.
ที่มา: หน้าเว็บไซด์ของกลุ่ม Zone 9
.
พวกเขาถูกฟ้องด้วยข้อหาตามกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและกฎหมายอาญา ในบันทึกข้อกล่าวหามีหลายการกระทำที่ระบุว่าพวกเขาถูกดำเนินคดีร้ายแรงได้อย่างไร เช่น มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ทางการได้หมายตาไว้ มีพฤติกรรมยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงผ่านสื่อออนไลน์ กล่าวหาว่ามีความพยายามในการล้มรัฐบาล มีการทำงานร่วมกับองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน หรือแม้แต่การเข้าร่วมฝึกอบรมการใช้อีเมลอย่างไรให้ปลอดภัย เพื่อ “หลีกเลี่ยงการถูกจับตา”
หลักฐานที่อ้างมาส่วนใหญ่ได้มาจากการค้นบ้านและคอมพิวเตอร์ของพวกเขา ทั้งเอกสารที่เกี่ยวกับความปลอดภัยด้านดิจิทัล บทความเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพการชุมนุม และการเคารพรัฐธรรมนูญเอธิโอเปีย4
หนึ่งปีผ่านไป ศาลมีคำพิพากษาเห็นว่าคดี “ขาดพยานหลักฐานที่แสดงถึงการกระทำความผิด” ยกฟ้องจำเลยข้อหาก่อการร้าย!5
คือ คำตัดสินจากศาลถึงความบริสุทธิ์ของพวกเขา โดยพวกเขาสู้คดีและถูกคุมขังไว้กว่าหนึ่งปีตั้งแต่วันที่ถูกจับกุมจนได้รับการปล่อยตัว
.
ที่มา: Al Jazeera
.
คดีนี้เป็นที่สนใจอย่างมากจากนานาชาติ6 ทั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระดับสากลอย่าง The Committee to Protect Journalists, Human Rights Watch, Frontline Defenders สถานทูตหลายประเทศในเอธิโอเปีย, กลไกพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนขององค์กรสหประชาชาติ และสื่อต่างประเทศ ต่างมีการติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
คดีนี้จึงมีบุคคลและองค์กรจำนวนมากเข้าสังเกตการณ์คดีอย่างต่อเนื่อง นำเสนอข่าวสาร เขียนรายงาน และดำเนินการทางการทูต พร้อมกับการรณรงค์ระดับโลกและการติดตามคดีถึงในห้องพิจารณา ไม่มากก็น้อยจึงส่งผลต่อคำตัดสินในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อจำเลยที่เพียงใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่อในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ กลุ่มบล็อกเกอร์ Zone 9 รวมทั้งสื่อมวลชนจำนวน 3 คน ทยอยถูกจับกุมเมื่อเดือน เม.ย. 2557 หลังพวกเขาประกาศว่าจะกลับมารายงานข้อมูลและข่าวบนเว็บไซด์ของตนเอง หลังจากหยุดไปเพราะถูกคุกคามและสอดแนม
พวกเขาต่อสู้คดีและถูกคุมขังไว้มากกว่าหนึ่งปี จนเมื่อเดือน ก.ค. และ ต.ค. ปี 2559 ทั้ง 10 คนก็พ้นจากข้อกล่าวหา โดยห้าคนแรก รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งให้หยุดการดำเนินคดีต่อจำเลย อัยการจึงได้ยื่นขอถอนฟ้องตั้งแต่เดือน ก.ค. 2559 ต่อมาเมื่อเดือน ต.ค. ศาลสหพันธรัฐชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยอีกห้าคนที่เหลือ ระบุไม่มีหลักฐานเพียงพอจนเชื่อได้ว่าพวกเขาร่วมกันวางแผนก่อการร้ายตามข้อกล่าวอ้างของโจทก์7
มีข้อสังเกตว่า คดีนี้เป็นที่สนใจจากต่างชาติด้วยเหตุผลหลายอย่าง ประการแรก ในการกวาดจับกุมนี้มีสื่อมวลชนรวมอยู่ด้วยถึงสามคน สื่อเหล่านี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ Zone 9 เลย แม้พวกเขาจะประกาศว่าจะร่วมนำเสนอข่าว และยังมีความเหมาะเจาะในช่วงเวลาที่สื่อมวลชนทั้งหมดถูกปล่อยตัวออกมา กล่าวคือ พวกเขาถูกปล่อยตัวออกมาก่อนหนึ่งอาทิตย์ที่อดีตประธานธิบดี บารัค โอบามา8 จะไปเยือนเอธิโอเปียอย่างเป็นทางการอีกด้วย
ประการที่สอง ปรากฏการณ์ปิดปากผู้เห็นต่างและคุมขังผู้วิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในเอธิโอเปีย แต่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่น เมื่อปี 2556 นักข่าวชาวสวีเดน9 ถูกตัดสินให้จำคุกถึง 11 ปี และพวกเขาได้รับการอภัยโทษเมื่ออยู่ในคุกมาแล้ว 15 เดือน
และประการที่สาม ในกระบวนการพิจารณาคดี มีปัญหาที่อาจส่งผลต่อหลักการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม เช่น คดีมีการเลื่อนการพิจารณาอย่างน้อย 27 ครั้ง10 ซึ่งทำให้คดียืดเยื้อออกไปโดยไม่จำเป็น และการเข้าไม่ถึงสิทธิในการมีทนายความ
เหล่านี้ทำให้นานาชาติและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน จึงจับตาอย่างใกล้ชิดถึงการพิจารณาคดีเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพของสื่อมวลชนนี้ ว่าเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมต่อจำเลยหรือไม่ อย่างไร จนนำมาสู่การยกฟ้องคดีในที่สุด
.
ตุรกี: สบตาโดยตรงกับกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยวพร้อมมวลมิตร
ในประเทศตุรกีมีคดีมหากาพย์คดีหนึ่ง เกี่ยวโยงกับการชุมนุมที่ Gezi Park เมืองอิสตันบูล เมื่อปี 2556 ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อคัดค้านโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์ของรัฐบาล และปกป้องต้นไม้ก่อนถูกพัฒนาเป็นห้างสรรพสินค้า พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สีเขียวที่มีอยู่น้อยนักในย่านเมืองใหญ่ แต่ทางการต้องการรื้อสวนแห่งนี้ออก จนการเคลื่อนไหวขยายเป็นการชุมนุมขนาดใหญ่ รวมทั้งลุกลามเป็นการต่อต้านรัฐบาล ที่คนมาร่วมนับแสน บริเวณรอบจตุรัสทักซิม (Taksim Sqaure)11
.
ที่มา: ภาพการชุมนุมที่จตุรัส Taksim (The Guardian)
.
โดยไม่มีใครคาดคิดว่าในอีก 4 ปีถัดมา ในปี 256012 นักกิจกรรมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจำนวน 16 คน รวมถึง Osman Kavala13 นักพัฒนาสังคมและนักเคลื่อนไหวคนสำคัญของตุรกี จะถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชุมนุมดังกล่าว โดยกล่าวหาว่ากระทำการจัดหาเงินทุนและจัดการชุมนุม จนส่งผลให้เกิดความพยายามรัฐประหารล้มรัฐบาลต่อมาในปี 255914
การติดตามการพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้น เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2562 จนจบในเดือน ก.พ. 2563 มีคลื่น “ประชาชนคนธรรมดา” ร่วมติดตามความเคลื่อนไหวคดี ร่วมกับองค์กร สถาบัน และตัวแทนจากต่างประเทศอื่นรวมแล้วกว่า 300 คน ในแต่ละการนัดหมายของศาลตลอด 8 เดือน15 การสังเกตการณ์คดีประวัติศาสตร์นี้ ศาลไม่เคยห้าม หรือกระทำการใดขัดขวางการเข้าห้องพิจารณาคดีของประชาชนแต่อย่างใด ภายใต้หลักการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย
แม้เราจะทราบรายละเอียดการกระทำของคนธรรมดาในห้องพิจารณาน้อยนัก แต่จำนวนสาธารณชนกว่า 300 คนที่ถูกบันทึกไว้นี้ เป็นการยืนยันในความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นจากการพิจารณาคดีนี้ต่อคนหนุ่มสาวและคนที่ทำงานเพื่อความเปลี่ยนแปลงในสังคมตุรกี ที่ประชาชนยังมีข้อจำกัดในการออกมาเรียกร้องสังคมที่ดีขึ้น16
พวกเขาเป็นสักขีพยานโดยตรงจากห้องพิจารณาร่วมกับจำเลยถึงความไร้เหตุผลของข้อหา17 ที่อัยการสั่งฟ้องว่าจำเลยพยายามล้มล้างรัฐบาลโดยใช้กำลังและความรุนแรง โทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต และข้อหายิบย่อย ทั้งร่วมกันทำลายทรัพย์สินสาธารณะและสถานที่ศักสิทธิ์ มีอาวุธไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำให้เกิดการได้รับบาดเจ็บสาหัส และให้จำเลยต้องร่วมกันจ่ายค่าเสียหายต่อเหตุการณ์การชุมนุมที่ Gezi Park
ความไร้เหตุผลของข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานในคดีบรรจุไว้ในคำฟ้อง จำนวนถึง 657 หน้า ส่วนมากเป็นการบรรยายแผนทฤษฎีสมคบคิด โดยมี Osman Kavala และกลุ่มคนที่เชื่อมโยงกับเขาดำเนินการเพื่อที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายในตุรกีและล้มรัฐบาลในที่สุด โดยหลักฐานที่ใช้ในคำฟ้องโดยมากมาจากข้อมูลการดักฟังโทรศัพท์ของจำเลยระหว่างและหลังจากชุมนุมใหญ่ที่ Gezi Park รายละเอียดการเดินทางต่างประเทศ การโพสต์ในโซเชียลมีเดีย และภาพถ่ายจากการสอดแนม
.
ที่มา: ภาพของ Osman Kavala, Middle East Democracy Center: Fact Sheet – Turkey’s Absurd Gezi Trial
.
พวกเขาสัมผัสได้ถึงความบิดเบี้ยวในห้องพิจารณาคดี18 เช่น ผู้พิพากษาหน้าใหม่หมุนเวียนกันขึ้นพิจารณาคดี การจัดพื้นที่ในห้องพิจารณาให้ที่นั่งของอัยการใกล้กับผู้พิพากษามากกว่าทนายความและจำเลย ผู้สังเกตการณ์รู้สึกอย่างชัดเจนถึงความไม่เท่าเทียมกันได้ ที่นั่งของทนายความกับจำเลยก็ห่างกัน ทำให้ปรึกษากันอย่างใกล้ชิดไม่สะดวก
อีกทั้ง ศาลอนุญาตตามคำขอให้มีการเบิกความพยานโจทก์ด้วยระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากฝั่งอัยการเพียงฝ่ายเดียว แต่กลับไม่เคยอนุญาตให้จำเลยที่อยู่นอกประเทศตุรกีแล้ว สืบพยานจากทางไกลด้วยระบบเดียวกันนี้ รวมทั้งในนัดสืบพยานนัดสุดท้าย ศาลยังอนุญาตให้สืบพยานนอกบัญชีพยานที่ยื่นไว้ โดยไม่มีใครได้เห็นหน้าพยานคนนี้หน้าจอวิดีโอ และยังเกิดเหตุการณ์ที่ศาลไม่อนุญาตให้ฝ่ายจำเลยได้ถามค้านพยานปากนี้อีกด้วย
ท้ายที่สุด ประชาชนได้ร่วมกันยินดีกับจำเลยเมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษา เมื่อศาลชั้นต้นตุรกีมีคำพิพากษาที่พลิกความคาดหมายของจำเลยและสาธารณชน โดยศาลยกฟ้องคดีนี้ด้วยเหตุผลว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอในการเชื่อได้ว่าจำเลยทั้ง 9 ที่ต่อสู้คดี ได้กระทำความผิดตามฟ้องฐานพยายามล้มล้างรัฐบาลโดยใช้กำลังและความรุนแรง
อีกทั้ง ศาลมีคำพิพากษาให้ปล่อยตัว Osman Kavala ที่ยังถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดี หากแม้จะถูกยกฟ้องในคดีนี้ แต่ภายหลังกลับมีหมายจับเขาในคดีใหม่ออกมา เรื่องความเกี่ยวข้องกับความพยายามรัฐประหารในปี 2559 ทำให้เขาถูกควบคุมตัวใหม่ทันที
อีกทั้งเพียงไม่กี่วันหลังวันตัดสิน ผู้พิพากษาสามคนที่พิพากษายกฟ้องคดีนี้ กลับถูกตั้งกระบวนการสอบสวนทางวินัยโดยสภาผู้พิพากษาและอัยการของตุรกี!19 อีกทั้งในปีถัดมา ศาลอุทธรณ์ยังมีการเพิกถอนคำตัดสินยกฟ้องจำเลย 9 คนดังกล่าว และสั่งให้ส่งคดีกลับไปพิจารณาใหม่ ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ
ประชาชนในตุรกีจึงยังมีเรื่องให้ต้องติดตามว่าสภาผู้พิพากษาและอัยการจะหยุดกระบวนการสอบสวนนี้หรือไม่ หรือจะเกิดสัญญาณตกต่ำอย่างร้ายแรงต่อหลักนิติธรรมในตุรกีอีกระลอกอย่างไร
.
อังกฤษ: แสดงให้เห็นว่าความคิดผิด ๆ เกี่ยวกับการข่มขืนเกิดขึ้นได้ในศาล แม้ในยุคศตวรรษที่ 21 แล้ว
ในประเทศอังกฤษ งานศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจเกิดจากการลงมือสังเกตการณ์คดีโดยนักวิจัยด้านอาชญาวิทยา โดยการเข้าไปติดตามคดีเกี่ยวกับกรณีข่มขืนจำนวน 8 คดี20 ที่มีผู้กระทำเพียงคนเดียวในแต่ละคดี
การพิจารณาคดีนี้เกิดขึ้นหลายศาลในพื้นที่ลอนดอนและภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ผู้ศึกษาจะโทรไปที่ศาลในพื้นที่ศึกษาเพื่อสำรวจว่าในสัปดาห์ถัดไป มีคดีไหนที่มีนัดพิจารณาบ้าง และสอบถามถึงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับลักษณะของคดี ส่วนมากในแต่ละสัปดาห์จะมีนัดหมายเพียงหนึ่งคดีเท่านั้น ถ้ามีจำนวนคดีมากกว่านั้น ผู้ศึกษาจะเลือกไปสังเกตการณ์คดีที่มีเวลารอน้อยกว่า 5 วัน
ผู้ศึกษาต้องการศึกษาถึงมายาคติแบบผิด ๆ เกี่ยวกับการข่มขืนว่า จะมีผลอย่างไรในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ อย่างไร
คดีทั้งแปดที่รวบรวมจากการสังเกตการณ์คดี ชี้ให้เห็นถึงมายาคติและการเหมารวมในบริบทของการข่มขืน ส่งผลต่อการชั่งน้ำหนักพยานของผู้พิพากษา ความน่าเชื่อถือของผู้เสียหายในการต่อสู้คดี และเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะนำมาซึ่งความไม่เป็นธรรมในคำตัดสิน
มายาคติเกี่ยวกับการข่มขืนถูกใช้อย่างไม่ถูกที่ทางใน 3 ประการ คือ หนึ่ง) การเหมารวมว่าการ “ข่มขืนที่แท้จริง” เท่านั้นควรเป็นคดี การข่มขืนต้องมาจากคนแปลกหน้า ผู้เสียหายสามารถแสดงการต่อต้าน มีการฉีกเสื้อผ้า และต้องแจ้งความทันทีหลังเกิดเหตุ
สอง) ในการสืบพยานนั้นจะมีกระบวนการทำให้ผู้ฟ้องคดีขาดความน่าเชื่อถือ ทั้งจากประวัติส่วนตัวหรือลักษณะบางอย่าง
และ สาม) เพื่อเน้นย้ำทิศทางของคดีให้ล้อไปกับมายาคติโดยส่วนใหญ่เกี่ยวกับการข่มขืนที่มีในสังคม โดยเฉพาะข้อเท็จจริงบางอย่างที่แสดงให้เห็นการเหมารวมในลักษณะที่ทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมปากของผู้เสียหายเองถึงความสัมพันธ์และการกระทำบางอย่างในที่เกิดเหตุ เป็นต้น
มายาคตินี้เกิดขึ้นจริงในศตวรรษที่ 21 แม้ในยามที่ประเทศอังกฤษให้การคุ้มครองผู้เสียหายมากขึ้นแล้วก็ตาม
.
ที่มา: City, University of London Institutional Repository
.
งานศึกษายังพบว่าการท้าทายต่อมายาคติแบบผิด ๆ นี้ เกิดขึ้นน้อยมากจากฝั่งอัยการ และแทบเป็นไปไม่ได้เลยจากตัวผู้พิพากษาเอง งานศึกษานี้จึงมีข้อเสนอถึงการจัดอบรมให้ผู้ประกอบอาชีพทางกฎหมาย และช่วยกันสร้างความตระหนักถึงการคำนึงถึงความอ่อนไหวของผู้เสียหายในคดีเกี่ยวกับเพศให้มากขึ้น
เราจะเห็นว่าสิ่งที่งานศึกษาฉบับนี้ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง คือ ทัศนคติและโลกทัศน์เกี่ยวกับพฤติกรรมของคนในสังคม โดยเฉพาะบริบทจากผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายและห้องพิจารณาคดีที่มีหลักการเบื้องหลังการทำงานถึงความเป็นอิสระ โปร่งใส และปราศจากอคติส่วนตัวต่อสิ่งที่ตนต้องตัดสิน คำตัดสินหนึ่ง ๆ จะเป็นแนวทางในการกำกับและหรือส่งเสริมให้คนในสังคมได้ปฏิบัติต่อกัน แต่จากงานศึกษาชี้ให้เห็นว่าพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ยังหนีไม่พ้นมายาคติและการเหมารวมที่มีอยู่ในสังคมเช่นกัน โดยผ่านการใช้วิธีการเข้าไปสังเกตการณ์คดีเป็นเครื่องมือในการสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น
.
ทวนภาพรวม ‘การสังเกตการณ์คดี’ อีกสักรอบ
เมื่อคุณอ่านมาถึงตรงนี้และรู้สึกมีเป้าหมาย เกิดนึกสนุกมากขึ้นในการเดินทางไปศาลในครั้งถัดไป ด้วยไอเดียไปให้กำลังใจเพื่อนที่อาจถูกคุมขัง บันทึกประวัติศาสตร์ในคดีจากการชุมนุมและแสดงออกทางการเมือง การศึกษาวิจัยกระบวนการยุติธรรม หรือติดตามข้อมูลจากห้องพิจารณาเพื่อสังเกตการใช้อำนาจตุลาการอันเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตยที่มาจากประชาชน
เรามาย้อนไปในเนื้อหาสั้น ๆ อีกรอบไว้เป็นคัมภีร์ให้ปฏิบัติการเหล่านี้ มีความหมายมากขึ้น
การสังเกตการณ์คดีเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทางสิทธิมนุษยชน เพื่อการบันทึกข้อมูลและเหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดี อันเป็นส่วนหนึ่งในการรับรองหรือติดตามปัญหาสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม (Fair Trial) หรือสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีโดยศาลซึ่งเป็นอิสระ เป็นกลาง และมีการปฏิบัติตามกระบวนการอันควรแห่งกฎหมาย
ในทางปฏิบัติ การส่งตัวแทนขององค์กรหลายหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิมนุษยชนไปเข้าร่วมฟังการพิจารณาคดี หรือการที่ประชาชนทั่วไปสนใจติดตามเข้าฟังการพิจารณา มีความสอดคล้องตามหลักการระหว่างประเทศ ด้วยกัน 3 ประการ
- เข้าร่วมเพื่อประเมินมาตรฐานความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา กล่าวคือ สิทธิของจำเลยในคดีอาญา ที่ต้องได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ สิทธิที่จะได้รับคำตัดสินที่เปิดเผย โปร่งใส และเป็นธรรม
- เข้าร่วมเพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ได้แก่ ผู้พิพากษา, พนักงานอัยการ, ทนายความ และเจ้าหน้าที่ทางกฎหมาย ทำหน้าที่บนบรรทัดฐานของการเคารพสิทธิและรักษามาตรฐานการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม และ
- เข้าร่วมเพื่อบันทึกและรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการพิจารณาคดี ตลอดจนทำข้อเสนอ แก้ไข และรวมถึงกระตุ้นให้เกิดการชดเชย เยียวยาอย่างเป็นธรรม กรณีที่กระบวนการยุติธรรมอาจเกิดขึ้นโดยมิชอบ
เห็นแล้วหรือไม่ว่า ตัวอย่างจากเพื่อนรอบโลกและหลักการสั้น ๆ เรื่องการสังเกตการณ์คดีนี้ มีความสำคัญต่อสถานการณ์ในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งการพยายามสร้างความยุติธรรมขึ้นในสังคม
ต่อจากนี้ การเดินทางไปติดตามคดีของคุณอาจมีความหมายมากขึ้น!
.
———————–
อ้างอิงท้ายเรื่อง
- New York-based Committee to Protect Journalists (CPJ), One year after arrest Zone 9 bloggers remain imprisoned as trial drags on และ Zone 9 blogger urges world to call for freedom in Ethiopia. ↩︎
- สำหรับชื่อ “Zone 9” มาจากการอ้างถึงเรือนจำในเอธิโอเปียที่มี 8 โซน จึงตั้งชื่อกลุ่ม “Zone 9” เพื่อสื่อว่า “ทั้งประเทศก็เหมือนเรือนจำโซนที่ 9” ซึ่งประชาชนถูกกดขี่และไม่มีเสรีภาพ โดยเว็บไซต์ที่ยังสามารถเข้าถึงได้ของกลุ่ม https://zone9ethio.blogspot.com/. ↩︎
- อ้างแล้วใน 1 ↩︎
- อ้างแล้วใน 1, Human Rights Watch, Ethiopia: Free Zone 9 Bloggers, Journalists, และ Front Line Defenders, Trial of Zone 9 Bloggers And Journalists: Status Cleared of charges. ↩︎
- New York-based Committee to Protect Journalists (CPJ), In Ethiopia, Zone 9 bloggers acquitted of terrorism charges และ Front Line Defenders, Trial of Zone 9 Bloggers And Journalists: Status Cleared of charges. ↩︎
- Human Rights Watch, Joint letter to Ethiopian Prime Minister on Charges against Bloggers and Journalists และ UN Human Rights Office of the High Commission, Ethiopia: UN experts disturbed at persistent misuse of terrorism law to curb freedom of expression. ↩︎
- อ้างแล้วใน 5 ↩︎
- Aljazeera, Ethiopia releases detained bloggers and journalists ↩︎
- The Guardian, Ethiopian bloggers and journalists charged with terrorism, และอ้างแล้วใน 4. ↩︎
- อ้างแล้วใน 5 ↩︎
- รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการชุมนุม, International Federation for Human Rights, HRFT: Fact sheet on Gezi Park Protest as of July 12th, Amnesty International, Turkey: Gezi Park protests: Brutal denial of the right to peaceful assembly in Turkey และ BBC News, Gezi Park: Turkey’s new opposition movement. ↩︎
- ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2558 จะมีการดำเนินคดีจำนวนหนึ่งที่มีเหตุจากการชุมนุมไปแล้ว คดีทั้งหมดที่ฟ้องบุคคลและหรือองค์กรได้สิ้นสุดและยกฟ้องไปแล้วเมื่อปี 2558 อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นก่อนปี 2560 เจ้าหน้าที่ตุรกีได้รื้อฟื้นการสอบสวนคดีอาญาใหม่ ↩︎
- Osman Kavala เป็นนักธุรกิจ นักบุญ เป็นประธานกรรมการองค์กรชื่อ Anadolu Kültür และผู้ก่อตั้งหรือที่ปรึกษาองค์กรประชาสังคมมากมาย, https://www.frontlinedefenders.org/en/profile/osman-kavala, ปัจจุบันเขายังถูกคุมขังในเรือนจำกว่า 7 ปี ด้วยคดีอื่นที่ยังคงเกี่ยวกับการชุมนุมที่ Gezi Park, https://www.hrw.org/news/2024/11/01/turkiye-osman-kavala-marks-7-years-behind-bars. ↩︎
- Front Line Defenders, Three Human Rights Defenders Face Retrial in the Gezi Park Case: Status: Re-trial. ↩︎
- ดูรายงานการสังเกตการณ์คดีโดย International Commission of Jurists – ICJ และ International Bar Association’s Human Rights Institute-IBAHRI, The Gezi Park Case, A Trial Monitoring Report. ↩︎
- Front Line Defenders, Gezi Park Trial Human Rights Defenders https://www.frontlinedefenders.org/en/organization/gezi-park-trial-hrds. ↩︎
- อ้างแล้วใน 14 และ Middle East Democracy Center, Fact Sheet – Turkey ’s Absurd Gezi Trial. ↩︎
- อ้างแล้วใน 15 ↩︎
- อ้างแล้วใน 15 ↩︎
- Temkin, J., Gray, J. & Barrett, J. (2016). Different Functions of Rape Myth Use in Court: Findings From a Trial Observation Study. Feminist Criminology, 13(2), pp. 205-226. ↩︎
