283 วันหลังกำแพง “อาย” กับบทเพลง ‘ใต้หล้า’ ขับขานให้ความหวังในการต่อสู้เพื่อความเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2568 ทนายความเข้าเยี่ยม “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่ถูกตัดสินจำคุก 8 ปี 48 เดือน จากการโพสต์เฟซบุ๊ก 8 ข้อความ

การพบกันครั้งนี้มีการพูดคุยถึงปัญหาระบบการรักษาพยาบาลในเรือนจำ โรคโควิดที่ดูเหมือนกลับมาระบาดอีกครั้ง ความแตกต่างในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างผู้มีอำนาจกับคนธรรมดา และความมุ่งมั่นที่จะสู้ต่อไปเพื่อความเปลี่ยนแปลง

อายถูกคุมขังมาแล้ว 283 วัน แต่เธอกล่าวถึงเพลง ‘ใต้หล้า’ ของวงไททศมิตร ที่เป็นเหมือนความหวังให้กับการรอคอยอิสรภาพที่เธอและใครต่อใครต่างต้องการ 

_____________________________

ในห้องเยี่ยมของทัณฑสถานหญิงกลาง อายนั่งรออยู่ด้วยความอดทน วันนี้เธอเลือกที่จะไม่สวมแมสจึงเห็นใบหน้าที่ประดับด้วยอายแชโดว์โทนอ่อนและปากแดงสดใส  

เมื่อทนายมาถึง อายยกมือโบกทักทาย “วันนี้คนเยอะมาก อายนั่งคอยอีกฝั่งของห้องมานานแล้วค่ะ ช่วงนี้ภายในแดนคดียอดฮิต คดีบัญชีม้าค่อนข้างเยอะเลย อย่างน้องที่อายรู้จัก 2 คน ถูกดำเนินคดีร่วมกัน คนแรกไม่อุทธรณ์คดีต่อ และคนที่สองมีการอุทธรณ์คดีต่อไป ล่าสุดมีการยื่นประกันตัว ศาลให้ประกันตัว ตอนนี้ก็ออกจากเรือนจำแล้วค่ะ” เธอบอกเล่าสถานการณ์รายรอบตัว

เรื่องราวที่อายเล่าเผยให้เห็นภาพสะท้อนของสังคมที่ความยุติธรรมมีราคา เธอรู้สึกเสียดายแทนน้องคนแรกที่ไม่อุทธรณ์ ขณะที่ตัวใหญ่ของคดีบัญชีม้าที่เธอทราบมา ถูกดำเนินคดีเหมือนกันและถูกส่งมาที่เรือนจำ แต่พอผ่านไปไม่นานนัก 2-3 เดือน ก็ได้รับการประกันตัวออกไปแล้ว และปัจจุบันก็ยังเห็นกระทำการเช่นเดิม ส่วนเหล่าบัญชีม้าตัวเล็กก็ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำต่อไป 

เช่นเคยกับที่ผ่านมาปัญหาการรักษาพยาบาลในทัณฑสถานหญิงเป็นอีกประเด็นที่ทำให้อายเป็นห่วงอย่างมาก เธอเล่าว่าเวลาที่ผู้ต้องขังเป็นลม ลมชัก หรือประสบอาการใดขึ้นมา เจ้าหน้าที่จะรีบเข้ามาดู ทำการวัดความดันให้ก็จริง ร่วมกับซักถามอาการ แต่แล้วสุดท้ายก็ให้นอนพักดูอาการเพียงเท่านั้น และไม่ดำเนินการอะไรต่อ  

“คือเจ้าหน้าที่เขาจะทราบได้อย่างไรว่าสถานการณ์ใดอาการเจ็บป่วยนั้นจะฉุกเฉินหรือไม่ ทำไมถึงไม่รีบพาไปให้การรักษาโดยด่วน” คำถามที่อายตั้งขึ้นเป็นเสียงสะท้อนของผู้ที่เคยเห็นความตายใกล้ตัว เธอยกตัวอย่างกรณีพี่คนหนึ่งที่มีอาการปวดท้องตลอด เจ้าหน้าที่ก็มาดู แต่แล้วก็ไม่ได้ส่งต่อเพื่อทำการรักษาอย่างจริงจัง ท้ายที่สุดแล้วพี่คนนั้นก็ต้องเสียไปเพราะอาการเจ็บป่วย

อายยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งที่สะท้อนปัญหาการประเมินอาการว่าเคสไหนมีอาการป่วยฉุกเฉิน หรือต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลต่อหรือไม่ มีผู้ต้องขัง A ป่วยจิตเภทจากการใช้ยาเสพติด มีอาการหูแว่ว เห็นภาพหลอน หากไม่มีใครไปยุ่งกับเขา เขาก็จะอยู่เฉย แต่แล้ววันหนึ่งผู้ต้องขัง B ตะคอกใส่ผู้ต้องขัง A ทำให้ผู้ต้องขัง A สติหลุดและชกต่อยใส่ผู้ต้องขัง B ต่อมาเจ้าหน้าที่ก็นำตัวผู้ต้องขัง A ออกไปเพื่อพักรักษาตัว จากนั้นผ่านไป 1 สัปดาห์ก็ส่งผู้ต้องขัง A กลับมาที่แดน สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้ต้องขัง A ทำเรื่องเช่นนี้ไปแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ท้ายสุดแล้วการรักษาแค่ภายในเรือนจำ จากนั้นก็ส่งกลับแดนอีกครั้ง  

“อายแค่สงสัยว่าทำไมเขาไม่ทำการรักษา หรือบำบัดอาการของผู้ต้องขัง A ให้ดีขึ้นกว่านี้ที่โรงพยาบาลให้เรียบร้อย แล้วค่อยส่งกลับมาที่แดน”

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยทำให้ผู้ต้องขังหลายคนมีอาการเจ็บป่วย ส่งผลให้ยาไม่เพียงพอ ยาหลายอย่างเริ่มขาดแคลน ถึงอย่างนั้นร้านค้าภายในแดนก็นำยาแก้ไอมาขาย แต่ราคาก็ค่อนข้างสูง สถานการณ์โควิดกลับมาระบาดอีกรอบแล้ว ทราบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งด้วย แต่ภายในแดน หน้ากากอนามัยก็ขาดแคลนอย่างมาก 

ภายในทัณฑสถานหญิงยังมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเกิดขึ้นในเรื่องการอาบน้ำ ที่เดิมจะให้อาบ 10 ขัน ตอนนี้มีการปรับเปลี่ยนแล้ว ให้ความรู้สึกคล้ายกับเรียนทหาร จะมีเจ้าหน้าที่เป่านกหวีดให้สัญญาณแทน สัญญาณแรกล้างหน้าแปรงฟัน สัญญาณสองอาบน้ำกี่ขันก็ได้ ไม่ได้มีการจำกัดให้อาบเพียง 10 ขัน สัญญาณสามหยุด การเปลี่ยนแปลงนี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับผู้ต้องขัง มันคือชัยชนะเล็ก ๆ ในการเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐาน

อายได้ทราบจำนวนโทษจากคดี 112 ของ “อานนท์ นำภา” ที่ได้รับรวมเป็นราว ๆ 24 ปี เธอพึมพำด้วยความเจ็บปวด “24 ปีเลยนะ นั่นมันคือเวลาอีกครึ่งชีวิตเลย ทำไมการที่เราต้องการจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของตนเอง และผู้อื่นให้ดีขึ้นกว่านี้ ทำไมถึงได้ผลตอบแทนแบบนี้นะ” 

อายบอกต่อว่า “ถึงอย่างนั้นก็จะไม่ย่อท้อต่อเรื่องนี้ อายเชื่อว่ามันจะเปลี่ยนแปลงได้สักวันหนึ่ง”  

เธอเสริมว่าอยู่ที่นี่เจ้าหน้าที่โอเคมาก ไม่ค่อยยุ่งกับอายเท่าไหร่นัก หลายคนก็เข้าใจในสิ่งที่เธอทำ แต่หากเป็นในเรื่องของการจับตามองจากผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ก็มีบ้าง ต่อผู้ต้องขังทางการเมือง ทั้งอาย แม่มานี พี่จินนี่ ทุกคนล้วนถูกจับตาตลอด 

บทสนทนาช่วงท้าย กลับมาที่เรื่องการรักษาอาการโรคซึมเศร้าของอาย โดยเธอยังไม่ได้พบแพทย์ในรอบการรักษา ส่วนเรื่องยาได้แจ้งไว้กับแฟนแล้วว่าให้ซื้อยาอีก 2 ชนิด 

ตอนนี้อายสามารถเขียนจดหมายติดต่อเพื่อนได้แล้ว เธออยากได้ข้อความจากเพจต่าง ๆ รวมถึงรูปภาพความทรงจำเก่า อยากเก็บรูปพวกนั้นไว้ดู และให้กำลังใจตนเอง 

อายพูดอีกว่าหากติดต่อรุ่นพี่ที่เป็นแฟนคลับไททศมิตร “ฝากบอกเขาให้ช่วยส่งข้อความให้พี่จ๋าย ไททศมิตรด้วย บอกว่าอายอยู่ในนี้ อายยังคงติดตามผลงานของพี่จ๋ายตลอด อายยังคงร้องเพลงของพี่จ๋าย”  

อายกล่าวถึง ‘เพลงใต้หล้า’ ว่าเธอร้องทุกครั้งเพื่อให้กำลังใจตัวเอง อันมีบางช่วงตอนร้องไว้บอกว่า “ยังมีความหวังสักวันหนึ่งคนเราคงเท่ากัน ให้ฟ้าได้รู้ว่าคนอย่างฉัน ไม่ยอมแพ้” 

.

📩 สามารถเขียนจดหมายถึงอาย ฝากถึง “กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน เรือนนอนทับทิม ทัณฑสถานหญิงกลาง 33/3 ถนนงามวงค์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900”

📩 หรือเขียนจดหมายออนไลน์ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

จนถึงปัจจุบัน ( 5 มิ.ย. 2568) อายถูกคุมขังมาแล้ว 283 วัน  

.

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

“อาย กันต์ฤทัย” ประกาศอดอาหาร 1 วันในเรือนจำ รำลึกครบรอบ 1 ปี การเสียชีวิตของ “บุ้ง”

X