ชาวบ้านกาฬสินธุ์ผิดหวัง ถูกตำรวจกั้นไม่ให้ยื่นหนังสือขณะนายกฯ ลงพื้นที่กาฬสินธุ์ ชาวบ้านสกลนคร นักศึกษา นักกิจกรรม พลอยโดนด้วย ถูกติดตามถึงบ้าน กลัวไปยื่นหนังสือ ไม่เกรงใจแม้พ่อนอนป่วย     

13 ธ.ค. 60 สื่อมวลชนรายงานข่าวการลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อติดตามความก้าวหน้าของนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมีประชาชนในพื้นที่มารอต้อนรับ

ในอีกด้านหนึ่ง มีรายงานว่า ประชาชนที่เตรียมเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนกับนายกฯ โดยตรง เช่น กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อม ต.หนองใหญ่ อ.หนองกุงศรี ที่เตรียมมาร้องเรียนปัญหาการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมแหล่งดงมูล ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำ แต่ถูกกั้นไว้ไม่ให้เข้าไปในจุดที่นายกฯ จะเดินทางไป แล้วจัดให้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมเฉพาะกิจที่ ร.ร.บ้านม่วง แทน ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มฯ เปิดเผยว่า เขาสังเกตเห็นว่ามีชาวบ้านหลายกลุ่มที่ไปรอยื่นหนังสือ แต่ก็ไม่ได้พบนายกฯ ต้องไปยื่นเรื่องที่ศูนย์ดำรงธรรมเฉพาะกิจเช่นกัน ส่วนกรณีของกลุ่มฯ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปติดตามสอบถามถึงการไปยื่นหนังสือในครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.

ขณะจันทร โพธิจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายไทบ้านผู้ไร้สิทธิสกลนคร ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ให้ข้อมูลเช่นกันว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ก่อนหน้านายกฯ มากาฬสินธุ์ 1 วัน ปลัดอำเภอวาริชภูมิ จ.สกลนคร พร้อมด้วยทหาร 1 นาย และเจ้าหน้าที่ ปปส. 2 นาย ขับรถฮัมวี่ไปพบเธอที่บ้าน พบแต่พ่อวัยชราที่นอนป่วยอยู่ จึงกลับออกไป และกลับมาอีกครั้งหลังจากนั้น 20 นาที จึงพบเธอ เจ้าหน้าที่ถามจันทรว่า จะไปไหนมั้ย ไม่อยากให้ไปไหน ปลูกผัก เลี้ยงหมูอยู่แบบนี้ดีแล้ว จันทรเปิดเผยว่า เธอรู้สึกไม่พอใจมาก เนื่องจากในเวลาไม่ถึง 30 วันนี้ เจ้าหน้าที่มาหาเธอ 3 ครั้งแล้ว ก่อนหน้านี้ก็กลัวว่า เธอและชาวบ้านในเครือข่ายฯ จะไปร่วมงาน 70 ปี สิทธิมนุษยชนที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มาติดตามถามถึง 2 ครั้ง ซึ่งตอนนั้นเธอก็แจ้งเจ้าหน้าที่แล้วว่า ถ้าจะมาหาอีกอย่าไปที่บ้าน ให้มาที่สวน เพราะพ่อไม่สบาย หากเห็นเจ้าหน้าที่ไปเกรงว่าอาการจะทรุดไปกว่านี้ แต่ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ก็ยังขับรถทหารเข้ามาถามหาเธอกับพ่อที่บ้าน พอเจอกันเธอถามว่า ทำไมมาที่บ้าน เขาบอกว่า ไปหาที่สวนผักไม่เจอ โทรติดต่อไม่ได้ เลยเข้ามาดูที่บ้าน “เราก็คิดในใจว่า เพื่อให้งานของคุณสำเร็จ พ่อเราจะเป็นยังไงก็ไม่สนใช่มั้ย”

ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาประชุมร่วมกับ กรอ. ที่ จ.นครพนม เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 60 จันทรก็เป็นเป้าหมายหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ติดตามว่า จะเคลื่อนไหวไปยื่นหนังสือหรือไม่

ภาพเก่าเมื่อทหารไปพบเมื่อ 15 พ.ย.60 

ยังมีรายงานอีกด้วยว่า ตัวแทนชาวบ้านจัดระเบียบ อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งเคยไปยื่นหนังสือและนำเสนอปัญหา กรณีที่พื้นที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า ถูกดำเนินคดีและตัดฟันต้นยาง ก็มีทหารไปตามหาตัวและโทรศัพท์หา เพื่อถามว่า จะไปยื่นหนังสือกับนายกฯ ที่ จ.กาฬสินธุ์ หรือไม่

นอกจากนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยังได้รับข้อมูลว่า นักศึกษาและนักกิจกรรมที่ทำกิจกรรมกับชาวบ้านในพื้นที่ที่มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และมีภูมิลำเนาอยู่ จ.กาฬสินธุ์ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงโทรศัพท์ติดตาม รวมถึงไปหาที่บ้านเพื่อสอบถามความเคลื่อนไหวในวันที่นายกฯ ลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เช่นเดียวกับที่ไปติดตามแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์และสกลนคร ซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญกับการมาของนายกฯ นัก

แม้ว่าการลงพื้นที่เพื่อประชุม ครม.สัญจร ครั้งล่าสุดที่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 27-28 พ.ย. ที่ผ่านมา การพยายามสกัดกั้นชาวบ้านที่เดินเท้ามายื่นหนังสือต่อนายกฯ เพื่อคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ อ.เทพา จนนำไปสู่การใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม รวมทั้งจับกุมดำเนินคดีผู้ชุมนุมรวม 16 คน จะนำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์จนถึงประนามรัฐบาลที่ไม่รับฟังเสียงจากประชาชน และละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งที่เพิ่งประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ แต่การลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ของนายกฯ ในครั้งนี้ ซึ่งมีขึ้นหลังเหตุการณ์ที่สงขลาเพียง 16 วัน เจ้าหน้าที่ก็ยังคงใช้มาตรการสกัดกั้นประชาชนอย่างเข้มข้นเช่นเคยเหมือนที่เคยใช้มาตลอด 3 ปีกว่าหลังรัฐประหาร แสดงให้เห็นถึงธรรมชาติของรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเสียงของประชาชนไม่ได้มีความหมายต่อการคงอยู่ของรัฐบาล หรืออนาคตทางการเมืองของพรรครัฐบาล อีกทั้งระบบต่างๆ ที่ใช้ตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลเป็นอัมพาตโดยสิ้นเชิง