ตำรวจภูเขียวคุกคามครอบครัวนักเรียนมัธยม หลังลงชื่อร่วมค่าย “ราษฎรออนทัวร์”

นักเรียนใน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ที่สมัครเข้าร่วมค่าย “ราษฎรออนทัวร์” ในพื้นที่เหมืองแร่ทองคำ อ.วังสะพุง จ.เลย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าพบกับผู้ปกครอง ขู่ไม่อยากให้เข้าร่วมค่าย 

แซน (นามสมมุติ) นักเรียนในอำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ ให้ข้อมูลกับทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่า หลังจากแซนสมัครเข้าร่วมค่ายราษฎรออนทัวร์ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ก็มีเจ้าหน้าตำรวจโทรศัพท์มาคุยกับแม่ของแซน บอกว่าไม่อยากให้เคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งยังบอกว่าแซนเองก็ถูกจับตาจากเจ้าหน้าที่รัฐอยู่แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาแซนเข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองต่าง ๆ มาโดยตลอด

จากนั้นวันที่ 28 ม.ค. 64 ก่อนกำหนดเดินทางไปค่าย 1 วัน ขณะที่แซนไม่อยู่บ้าน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาหาแม่ของแซน บอกว่ากังวลเรื่องการไปร่วมค่าย และยังถามว่ามีใครเป็นวิทยากรในค่ายบ้าง ทางด้านแม่ของแซนบอกว่าตนเองก็ไม่รู้รายละเอียดอะไร แซนกล่าวว่า เขาเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่เอาข้อมูลของเขามาจากไหน แต่ถึงแม้มีการคุกคามจากเจ้าหน้าที่ แซนก็ยังคงยืนยันจะเข้าร่วมค่ายตามเดิม

จตุพร ผู้ประสานงานค่าย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังจากมีการเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าร่วมค่าย มีนักเรียนอย่างน้อย 4 คน (รวมแซน) ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปพูดคุยกับผู้ปกครอง ในลักษณะไม่อยากให้ไปค่าย รวมทั้งครูฝ่ายปกครองของโรงเรียนก็ไปพบผู้ปกครองนักเรียนบางคนที่จะไปค่าย มีการกล่าวว่า ค่ายนี้เป็นค่ายล้างสมอง หลังจากนั้น นักเรียนส่วนหนึ่งที่ลงชื่อเข้าร่วมก็มาขอถอนตัว 

ช่วงเย็นวันที่ 29 ม.ค. 64 ระหว่างเดินทางจาก อ.ภูเขียว ไป อ.วังสะพุง กลุ่มผู้จัดค่ายได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กเพจ UNME of Anarchy ถึงเหตุการณ์ที่รถตู้สองคันซึ่งผู้จัดและผู้เข้าร่วมค่ายใช้เดินทาง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหิน จ.เลย เรียกให้หยุดที่ด่านตรวจ ขอตรวจและถ่ายบัตรประชาชน รวมทั้งให้กรอกข้อมูล และเลขประจำตัวประชาชน โดยอ้างว่า เป็นการสุ่มตรวจโควิด เนื่องจากทะเบียนรถมาจากกรุงเทพฯ 

ผู้ไลฟ์เฟซบุ๊กมีข้อสังเกตว่า หากสุ่มตรวจจริงทำไมรถคันที่ผ่านไปผ่านมาทั้งหมดถึงตรวจแต่รถของพวกตน โดยชี้ไปที่รถคันอื่นที่ทะเบียนกรุงเทพมหานครเหมือนกัน แต่ไม่ถูกเรียกตรวจ ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ หลังกลุ่มนักกิจกรรมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจแค่ดูบัตร แต่ไม่มีสิทธิถ่ายรูปบัตรประชาชน และขอจดเลขบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้เดินทางต่อ 

กลุ่มผู้จัดค่ายรายงานด้วยว่า ก่อนออกเดินทางจากอำเภอภูเขียว ขณะนักเรียนและผู้จัดค่ายรวมตัวกันเพื่อขึ้นรถไปค่าย มีสันติบาล 2 นาย ตามถ่ายรูป เมื่อออกเดินทางก็พบว่า มีรถตำรวจขับติดตามมา  พร้อมพบตำรวจอยู่ข้างทางเป็นกลุ่ม 5-6 นาย ดักถ่ายภาพเช่นกัน และเมื่อถึงผานกเค้า เขตจังหวัดเลย ก็พบบุคคลคนหนึ่งมาถ่ายภาพ โดยอ้างว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ

สำหรับค่าย “ราษฎรออนทัวร์” จัดขึ้นที่ อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ในวันที่ 29-31 ม.ค. 2564 โดยรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3-6 อ.ภูเขียว จำนวน 30 คน มีรูปแบบเป็นการเรียนรู้ปัญหาสังคมผ่านชุมชน

 

ขอบคุณภาพปกจากเพจ UNME of Anarchy

 

More from my site