ตร.เข้าค้นบ้านนศ.ลำปาง-สำนักงานคณะก้าวหน้า ก่อนส่งหมายเรียกคดี ม.112 เผยมีผตห.ทั้งหมด 5 ราย

วันที่ 18 ม.ค. 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบกว่า 10 นาย นำหมายค้นของศาลจังหวัดลำปางเข้าตรวจค้นบ้านพักของนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง และสำนักงานของคณะก้าวหน้าจังหวัดลำปาง ก่อนส่งหมายเรียกผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ให้กับผู้ต้องหา 4 ราย ที่ตำรวจได้พบตัว ขณะเข้าตรวจค้น อีกทั้งระบุว่ามีผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวอีก 1 รายด้วยกัน โดยหมายเรียกดังกล่าวนัดหมายให้ผู้ต้องหาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 25 ม.ค. 64 เวลา 9.00 น.

วันนี้ ช่วงเวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบกว่า 10 นาย ได้เดินทางไปยังสำนักงานของคณะก้าวหน้า จังหวัดลำปาง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งได้แสดงตัวว่าเป็น ร.ต.อ.นิธิศ อ้วนล่ำ รองสารวัตรสืบสวนสภ.เมืองลำปาง และได้แสดงหมายค้นของศาลจังหวัดลำปาง เพื่อขอเข้าค้นสำนักงานของคณะก้าวหน้าจังหวัดลำปาง หมายมีพ.ต.ท.วิเชียร ใจสันกลาง เป็นผู้ร้องขอออกหมาย แต่หมายไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นเหตุจากคดีใดหรือการตรวจค้นเพื่อตรวจพบสิ่งใด มีการระบุเพียงกว้างๆ ว่า “เพื่อพบและยึดสิ่งของ ซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือได้ใช้ หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด”

ขณะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบบางส่วนเข้าไปภายในสำนักงานแล้ว แต่เมื่อผู้ที่พักอาศัยในบ้านหลังดังกล่าวขอดูหมายค้นของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าหมายค้นดังกล่าวระบุเลขที่บ้านไม่ตรงกับบ้านที่เป็นสำนักงานของคณะก้าวหน้า จึงโต้แย้งไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้น ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งว่าจะกลับไปทำการแก้ไขหมายค้นและจะกลับมาค้นอีกครั้ง โดยระหว่างนั้นมีการใช้เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไม่ทราบจำนวนเฝ้าจับตาภายนอกไว้อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ทางตำรวจระบุว่ายังมีหมายค้นอีกจำนวน 2 หมาย ซึ่งสถานที่จะถูกค้นอีก 2 แห่ง เป็นบ้านพักของน.ส.วรรณพร หุตะโกวิท บัณฑิตที่จบการศึกษาจากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และ น.ส.ภัทรกันย์ แข่งขัน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะมนุษย์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ซึ่งทั้งสองคนได้อยู่ที่สำนักงานของคณะก้าวหน้าจังหวัดลำปางขณะที่มีความพยายามเข้าตรวจค้น แต่หมายค้นของน.ส.วรรณพร ก็มีการระบุเลขที่บ้านผิดพลาดเช่นกัน ทางตำรวจจึงไม่ได้เดินทางไปค้นแต่อย่างใด ส่วนหมายค้นบ้านพักของน.ส.ภัทรกันย์นั้นระบุเลขที่บ้านถูกต้อง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจค้นตามหมาย ภัทรกันย์พร้อมด้วยเพื่อนๆ จึงได้อาศัยรถของตำรวจเดินทางไปยังบ้านพักดังกล่าว หลังการเข้าตรวจค้น ทางตำรวจไม่พบวัตถุต้องสงสัยหรือสิ่งใดที่มีไว้เป็นความผิดแต่อย่างใด

จากนั้นทางตำรวจได้ส่งหมายเรียกตัวผู้ต้องหาในคดีความผิดฐาน “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ออกโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง โดยมี ร.ต.อ.วิเชียร ดอนชาไพร เป็นผู้กล่าวหา และมีนายพินิจ ทองคำ กับพวกเป็นผู้ต้องหา ให้กับ น.ส.ภัทรกันย์ แข่งขัน เพื่อให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 25 ม.ค. 64 เวลา 9.00 น.

ต่อมาชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางกลับมายังสำนักงานของคณะก้าวหน้าจังหวัดลำปาง โดยได้นำหมายค้นที่มีการแก้ไขบ้านเลขที่ให้ถูกต้องโดยศาลจังหวัดลำปาง กลับมาเข้าตรวจค้นสำนักงานดังกล่าวอีกครั้ง

ในการตรวจค้น ทางตำรวจได้ให้ความสนใจกับป้ายผ้าและสิ่งที่เปื้อนสีต่างๆ ภายในสำนักงาน ก่อนที่จะทำการตรวจยึดแผ่นป้ายไวนิล, ถังสีแดงและเหลือง, ขวดน้ำพลาสติกตัดครึ่งที่ใช้ผสมสี, แปรงทาสี และเชือกฟาง จำนวน 7 รายการ พร้อมจัดทำบันทึกการตรวจยึดสิ่งของเหล่านั้นไว้

ภาพขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าตรวจค้นสำนักงานของคณะก้าวหน้าจังหวัดลำปาง

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการส่งหมายเรียกผู้ต้องหาอีก 3 คน ในคดีเดียวกับภัทรกันย์ ให้แก่นายพินิจ ทองคำ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ที่เรียนคณะนิติศาสตร์ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยรามคำแหง ควบคู่ไปด้วย, น.ส.วรรณพร หุตะโกวิท บัณฑิตที่จบการศึกษาจากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง โดยระบุว่าในคดีนี้ยังมีผู้ต้องหาอีก 1 ราย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการส่งหมายเรียกให้ผู้ต้องหา จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดจึงได้เดินทางกลับไป

ด้านนักศึกษาทั้ง 4 ราย ที่ได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาดังกล่าว คาดว่าเหตุในคดีมาตรา 112 ที่พวกเขาถูกกล่าวหานั้น มาจากป้ายข้อความว่า “งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19” ซึ่งถูกแขวนในจังหวัดลำปางตั้งแต่เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 63 แต่เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้รายละเอียดเหตุในคดี อีกทั้งในเอกสารหมายค้นและหมายเรียกผู้ต้องหาก็ไม่ได้ระบุพฤติการณ์ที่พวกเขาถูกกล่าวหา จึงยังไม่ทราบอย่างชัดเจน จนกว่าจะได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวนสภ.เมืองลำปางต่อไป