แจ้ง ม.116 พิธีกรชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง จ.อุบลฯ อีกราย อ้าง “เพนกวิน-โตโต้” ปราศรัยหมิ่นฯ

6 พ.ย. 2563 เวลา 13.00 น. ที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี วิศรุต สวัสดิ์วร นักกิจกรรม #คณะอุบลปลดแอก พร้อมทนายความเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนหลังได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านั้น ผกก.สภ.เมืองอุบลฯ ได้โทรศัพท์แจ้งให้วิศรุตเข้าไปให้ปากคำโดยไม่มีหมายเรียก แต่ทนายความขอให้ออกเป็นหมายเรียกผู้ต้องหาตามกระบวนการของกฎหมาย

หมายเรียกผู้ต้องหาที่ส่งถึงวิศรุตระบุข้อกล่าวหา ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

พ.ต.ท.สมอาจ แคนเภาว์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุบลฯ แจ้งพฤติการณ์ที่วิศรุตถูกกล่าวหาว่า 

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2563 เวลาประมาณ 16.00-21.00 น. ฉัตรชัย แก้วคำปอด ได้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะขึ้นที่บริเวณศาลหลักเมือง (ทุ่งศรีเมือง) จ.อุบลฯ โดยมีวิศรุตเป็นแกนนำผู้ดำเนินรายการเชิญชวนประชาชนร่วมฟังการปราศรัย มีการเชิญพริษฐ์หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ และปิยรัฐหรือโตโต้ จงเทพ ขึ้นกล่าวปราศรัยให้ผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 200 คนฟัง มีการถ่ายทอดภาพและเสียงคำปราศรัยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ทางเฟซบุ๊ก เพจคณะอุบลปลดแอก – Ubon New Generation Democracy เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับฟัง 

โดยพริษฐ์ได้ปราศรัยถึงข้อเสนอในการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อ และปิยรัฐปราศรัยเรื่องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์กับบทบาทของกองทัพไทย อันเป็นการร่วมกันกล่าวคำพูดปราศรัยในลักษณะที่ไม่บังควรต่อสถาบันกษัตริย์ ยุยงปลุกปั่นเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดจะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร โดยมีเจตนาที่ใส่ความเพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชังถูกเหยียดหยามหรือเกิดความอับอาย อันเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ เป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐตามประมวลกฎหมายอาญา  

ซึ่งในการกระทำความผิดครั้งนี้มีฉัตรชัยเป็นผู้ยื่นเรื่องขอทำการชุมนุมสาธารณะ เป็นผู้ดูแลจัดสถานที่ชุมนุม เชิญชวนให้ประชาชนร่วมชุมนุม และอยู่ร่วมในการชุมนุมโดยตลอด ซึ่งรวมถึงช่วงระยะเวลาที่พริษฐ์และปิยรัฐขึ้นพูดปราศรัยบนเวที โดยมีวิศรุตเป็นพิธีกรผู้ดำเนินรายการบนเวที เป็นแกนนำและพูดเชิญชวนประชาชนร่วมฟังคำปราศรัยในการชุมนุม อันเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ และร่วมกันกระทำความผิด อัยการจังหวัดอุบลราชธานีได้มีหนังสือที่ อส 0059(อบ)/376 ลงวันที่ 4 พ.ย. 2563 เรื่องให้สอบสวนเพิ่มเติมโดย เห็นว่าวิศรุตมีส่วนร่วมด้วยในการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหา จึงให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาให้วิศรุต ผู้ต้องหาที่ 4 ทราบ

จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ระบุว่า การกระทำของวิศรุตกับพวกเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรืออื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต ให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14

วิศรุตให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้ให้ปากคำเบื้องต้นกับพนักงานสอบสวน จากนั้น พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัว โดยนัดให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 11 พ.ย. 2563 เวลา 9.00 น. เพื่อส่งผู้ต้องหาไปพบพนักงานอัยการจังหวัดอุบลฯ

คดีนี้มีเหตุมาจากการชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง จัดโดยคณะอุบลปลดแอก ที่ศาลหลักเมืองอุบลฯ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2563 เพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก, ยกเลิก สว. และให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2563 ศาลจังหวัดอุบลฯ อนุมัติหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรวม 3 ราย ได้แก่ ฉัตรชัย แก้วคำปอด ผู้แจ้งการชุมนุม, พริษฐ์ ชิวารักษ์ และปิยรัฐ จงเทพ ผู้ปราศรัย ก่อนหน้านี้ ฉัตรชัยถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าวที่บริเวณวงเวียนใหญ่ ราว 20.00 น. ของวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ก่อนถูกส่งตัวมาที่ สภ.เมืองอุบลฯ และศาลจังหวัดอุบลฯ อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว หลังพนักงานสอบสวนขออำนาจศาลฝากขังไว้ในระหว่างสอบสวน 

ส่วนพริษฐ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลฯ ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหาแล้วเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม เข้าอายัดตัวจากเรือนจำอำเภอธัญบุรีไปยัง บก.ตชด.ภาค 1  ขณะพริษฐ์ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวตัวในคดีการชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน

คาดว่า พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนการสอบสวนส่งให้พนักงานอัยการจังหวัดอุบลฯ แล้ว แต่อัยการจังหวัดส่งสำนวนกลับโดยให้ดำเนินคดีกับวิศรุต ผู้ดำเนินรายการในการชุมนุมดังกล่าวเพิ่มอีกราย  

More from my site

X