เรียกคุย Yan Marchal 4 ชั่วโมง อ้างวีซ่าถูกยกเลิก ก่อนปล่อยจนท.รับเข้าใจผิดเอง

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับการแจ้งจาก นายยัน ฮีริค มาฉัล (Yan Marchal) ชาวฝรั่งเศสผู้ย้ายมาอาศัยในประเทศไทย ว่าวานนี้ (10 พ.ย. 63) เวลาประมาณ 15.00 น. นายยันเดินทางไปศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ถนนพญาไท เพื่อขอรับการประทับตราวีซ่าให้อยู่ในประเทศไทยจนถึงเดือนมีนาคม 2564 ต่อจากหนังสือเดินทางเล่มเดิมที่เขาทำหาย ระหว่างที่เขายื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ นายยันถูกเชิญให้เข้าไปในห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในศูนย์บริการวีซ่าฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแจ้งกับเขาว่าวีซ่าที่เขาได้รับอนุญาตนี้ถูกยกเลิกไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยสิ้นสุดลงเมื่อสิ้นเดือนตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นเหตุจากการโพสต์เฟซบุ๊กของเขา ทำให้นายยันอยู่ในเมืองไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตมา 10 วันแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบอกกับเขาอีกว่าอาจจะถูกขังก่อนการเนรเทศออกจากประเทศไทยด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยังอ้างว่าเมื่อเดือนพฤษาคม 2563 เจ้าหน้าที่ได้ส่งหนังสือแจ้งยกเลิกวีซ่าให้อยู่ในประเทศไทยถึงเขาแล้ว แต่นายยันยืนยันว่าเขาไม่ทราบเรื่องการแจ้งเตือนนี้แต่อย่างใด  เจ้าหน้าที่ยังได้แสดงแฟ้มที่มีเอกสารภาษาไทยให้เขาดูในช่วงเวลาสั้น ๆ  นายยันเองไม่สามารถอ่านข้อความรายละเอียดได้ทันทั้งหมด แต่ทันเห็นถึงการรายงานเรื่องกิจกรรมต่างๆ บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาในเอกสารนั้น ซึ่งคาดว่าเป็นการรวบรวมมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เพราะเขาสังเกตเอกสารบางแผ่นเขียนคำว่า “ขบวนเสด็จ” ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้ตั้งแต่ต้นปี และเขาได้แสดงความเห็นและทำโพลเกี่ยวกับเรื่องนี้บนเฟซบุ๊กของเขาเมื่อหลายเดือนก่อน

17.00 น. ณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางไปร่วมอยู่ด้วยกับนายยัน ขอตรวจและขอสำเนาหนังสือแจ้งยกเลิกวีซ่าให้อยู่ในประเทศไทยที่เจ้าหน้าที่อ้างห้ามคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เหตุว่านายยันมีพฤติการณ์ที่เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (7) พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522  ซึ่งนายยันสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ถึงรัฐมนตรีภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ได้ทราบคำสั่ง ตามมาตรา 22 สุดท้ายเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้สำเนาเอกสารนั้นให้ทนายความและนายยัน

เวลาประมาณ 19.00 น.  ตำรวจสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภาค 1 ได้เข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีที่ตรงกันข้ามกับเจ้าหน้าที่คนแรกที่พูดคุยกับเขา ตำรวจสืบสวนฯ แจ้งว่าเขามีหน้าที่ในการรับผิดชอบคดีที่ถูกแจ้งให้มีการติดตามคนต่างด้าวในไทยที่มีการแสดงออกทางออนไลน์ในประเด็นอ่อนไหวที่ไม่เป็นไปตามวัฒนธรรมไทย ตำรวจสืบสวนฯ บอกกับนายยันว่าวีซ่าให้อยู่ในประเทศไทยของนายยันไม่ถูกยกเลิกแล้ว เรื่องทั้งหมดและการพูดคุยสอบสวนในห้องนี้เป็นความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในศูนย์บริการวีซ่าฯ เอง

นายยัน ฮีริค มาฉัล (Yan Marchal)

 

ตำรวจสืบสวนฯ คนดังกล่าวได้กำชับให้นายยันเพิ่มความใส่ใจใคร่ครวญในหัวข้อบางเรื่องเป็นพิเศษก่อนทำกิจกรรมบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “ขอให้เป็นฝรั่งที่ดี โพสต์เรื่องดีๆ เกี่ยวกับประเทศไทยบ้าง”

เจ้าหน้าที่แจ้งให้นายยันพิจารณา 2 สิ่งที่เขาเห็นว่าสุ่มเสี่ยง คือ วิดีโอคลิปสั้นที่มีข้อความว่า “เก่งมาก กล้ามาก ขอบใจมาก” และรูปโปรไฟล์ที่มีกรอบสาดสีน้ำเงินพร้อมข้อความดังกล่าว จนเขาตัดสินใจลบโพสต์นั้นไปและจะงดโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการเมืองไทยในช่วงนี้ ตำรวจสืบสวนฯ ยังถามถึงความคิดเห็นทางการเมือง นายยันจึงบอกไปว่าเขาสนับสนุนการเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อีกทั้ง ยังถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับกษัตริย์ นายยันตอบไปว่า ผมเก็บคำตอบนี้ไว้กับตัวผม เจ้าหน้าที่จึงบอกให้เขาเก็บความคิดเห็นนี้ไว้กับตัวเขาเอง

คืนวันที่ 10 พ.ย. 63 หนังสือเดินทางเล่มใหม่ของนายยันจึงยังไม่ได้รับการประทับตราวีซ่าให้อยู่ในประเทศไทยใหม่ เจ้าหน้าที่บอกกับเขาว่าจะติดต่อกลับมาหาเขาอีกในวันสองวันข้างหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้ตั้งแต่ช่วง 11.00 น. ถึง 15.00 น. นายยันได้ดำเนินการเรื่องใบแจ้งความหนังสือเดินทางเล่มเก่าหายตัวจริงตามที่เจ้าหน้าที่ต้องการ ซึ่งใบแจ้งความนั้นเขาได้ยื่นตัวจริงให้กับสถานทูตฝรั่งเศลเพื่อต่อหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จึงไม่สามารถนำมาแสดงประกอบเป็นเอกสารของประทับตราวีซ่าได้

 

ทั้งนี้ นายยัน ฮีริค มาฉัล เป็นชาวฝรั่งเศสที่อาศัยและมีครอบครัวอยู่ในประเทศไทยมากว่า 17 ปี เมื่อ 12 มิ.ย. 63 เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย มาที่บ้าน และบังคับให้เขาลบคลิปเพลงล้อเลียนเพลง “คืนความสุขประเทศไทย” ของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิเช่นนั้นตำรวจจะไม่ยอมออกไปจากบ้าน และยังให้เขาลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงที่มีเนื้อหายอมรับว่าการโพสต์คลิปวิดีโอล้อเลียน คสช. เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และจะไม่กระทำอีก รวมทั้งให้เขาทำคลิปแสดงความขอโทษต่อรัฐบาลและประชาชนชาวไทยต่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้น

คลิปเพลงล้อเลียนเพลง “คืนความสุขประเทศไทย” นี้มีเนื้อหากล่าวถึงการผิดสัญญาของรัฐบาลทหารและปัญหาการบริหารและทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาล คสช. จนมียอดการเข้าชมสูงถึงกว่า 1 ล้านวิว

 

อ่านเอกสารข้อตกลงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้นายยันเซ็นยินยอม  >>> https://www.facebook.com/marchal/posts/10157459597369388

ขอบคุณรูปจาก ประวิตร โรจนพฤกษ์