เจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งห้ามไม่ให้ทนายความจากศูนย์ทนายฯ เข้าฟังการสอบปากคำตามสิทธิของผู้ถูกจับเหตุเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาต อ้างคำสั่งผู้บังคับบัญชาและยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกควบคุมตัวแค่เชิญมาให้ปากคำเท่านั้น

จากกรณีในช่วงเช้าวันนี้นางสาวนพวรรณ บรรลือศิลป์ ภรรยานายแอนดรูว์ แม็คเกรเกอร์ มารแชล นักเขียนและอดีตผู้สื่อข่าว นักวิเคราะห์ด้านการวิพากษ์และนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ถูกเจ้าหน้าที่กองบังคับการและปราบปรามจำนวน 20 นายควบคุมตัว ซึ่งมีเพียงหมายค้นจากศาลอาญาธนบุรีและยึดสิ่งของที่ผิดกฎหมายในบ้าน แต่แล้วเจ้าหน้าที่กลับควบคุมตัวเธอ บุตร น้องชายและบิดา พร้อมยึดคอมพิวเตอร์แมคบุ๊ก ไอแพด โทรศัพท์มือถือไอโฟนและเอกสารต่าง ๆ รวม 9 ถุง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไปโดยอ้างว่า เพื่อไปใช้ในการตรวจหาหลักฐาน โดยไม่ได้ชี้แจงว่าเกี่ยวข้องกับคดีใด

ต่อมาเวลา 12:00 ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเดินทางไปยังกองบังคับการปราบปรามเพื่อเข้าร่วมกระบวนการระหว่างการควบคุมตัวนางสาวนพวรรณ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ถูกจับกุม อย่างไรก็ตามเมื่อทนายความจากศูนย์ทนายความฯ แสดงความประสงค์ที่จะเข้าไปฟังการสอบปากคำนางสาวนพวรรณ เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับแจ้งต่อทนายความว่า ผู้บังคับบัญชาไม่ให้เขาพบเพราะยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ขณะนี้แค่เชิญมาให้ปากคำเท่านั้น ต่อมาเวลา 12:30 นางสาวนพวรรณถูกควบคุมตัวไว้ในห้องซักถามผู้ต้องหา  ส่วนบิดาและน้องชายถูกแยกไว้อีกห้องต่างหาก  โดยนางสาวนพวรรณขอใช้โทรศัพท์ติดต่อนายแอนดรูว์  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจัดหาให้เพื่อติดต่อกับนายแอนดรูว์ต่อไป

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่า กระบวนการควบคุมตัวดังกล่าวนั้นเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การกระทำความผิดซึ่งหน้า ซึ่งการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นต้องมีหมายจับ และการปฏิเสธไม่ให้ผู้ถูกจับมีโอกาสในการปรึกษาทนายความนั้นขัดต่อมาตรา 7 /1 ประมวลวิธีพิจารณาความทางอาญา กำหนดให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมหรือขังมีสิทธิแจ้งหรือขอให้เจ้าพนักงานแจ้งให้ญาติ หรือผู้ซึ่งผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาไว้วางใจทราบถึงการถูกจับกุมและสถานที่ที่ถูกควบคุมในโอกาสแรกและให้ผู้ถูกจับ หรือผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ในชั้นสอบสวน