“ฟ้า พรหมศร” ยังอดอาหาร หลังถูกย้ายกลับเรือนจำอำเภอธัญบุรี ยืนยันไม่เคยคิดหลบหนี ยังต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ทนายความเดินทางไปที่เรือนจำชั่วคราวรังสิต เพื่อเยี่ยม “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ซึ่งถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษายืนจำคุก 2 ปี 10 เดือน ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง และศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกา โดยฟ้าได้เริ่มอดอาหาร เรียกร้องการนิรโทษกรรมนักโทษทางความคิดทั้งหมดตั้งแต่เย็นวันที่ 9 มี.ค. 2569 ซึ่งเริ่มถูกคุมขังในเรือนจำ

ต่อมาจึงทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าวันนี้จะย้ายตัวฟ้ากลับไปที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี แม้ถูกกักตัวยังไม่ครบ 7 วัน แต่เนื่องจากฟ้าอดอาหาร ทำให้ต้องย้ายตัวไปใกล้กับหมอหรือพยาบาลมากกว่าเรือนจำชั่วคราวนี้ เมื่อรอจนถึงเวลา 11 โมงกว่า จึงเห็นรถกระบะดัดแปรงตรงแคปด้านหลังเป็นโครงและติดเหล็กดัดเป็นกรง เข้าไปในแดนของเรือนจำ จากนั้นประมาณ 10 นาที รถคันเดิมจึงวิ่งออกมา พร้อมเห็นว่านำตัวฟ้ามาด้วย

จากนั้น เมื่อติดตามไปที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี จึงทำเรื่องขอเข้าเยี่ยมฟ้า แต่ต้องนั่งรอตั้งแต่ราว ๆ 11.30 น. จนถึงเกือบบ่ายโมง จึงสามารถพบฟ้าได้

ฟ้ายังอยู่ในชุดเดิมเหมือนเมื่อวานนี้ เสื้อยืดคอวีสี แต่เมื่อได้เจอกันผ่านกระจกห้องเยี่ยมจึงได้เห็นว่าเสื้อดังกล่าวเป็นสีดำ เมื่อได้พูดคุยผ่านสายโทรศัพท์ จึงแจ้งถึงผลการประกันตัว ที่ศาลฎีกายกคำร้อง ระบุว่าเกรงว่าจะหลบหนี ก่อนเห็นว่าฟ้าน้ำตาไหลออกมา และพยายามพูดถึงข้อกังวลว่าแผนที่วางไว้ในชีวิตจะทำอย่างไร จะต้องติดไปนานเท่าไร

ฟ้ายืนยันว่าเขาไม่ได้คิดจะหลบหนี เนื่องจากยังต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว เขาต้องดูแลพ่อแม่ต่อไป โดยสิ้นเดือนนี้จะเป็นวันเกิดของพ่อด้วย “หนูอยากออกไปจัดการสิ่งต่าง ๆ ก่อน หนูตั้งใจเก็บเงิน ทำงานอย่างหนัก เพื่อรักษาป๊า ดูแลครอบครัว เราจะหนีทำไม”

หลังจากนั้น ฟ้ายังแจ้งความตั้งใจว่าจะอดอาหารต่อไป กินแต่น้ำเปล่า แม้ข้อความที่ฝากมาจากภายนอกจะพยายามทัดทานการตัดสินใจของฟ้า เพราะอยากให้ดูแลตัวเองก่อน

เขาบอกว่าเมื่อช่วงเย็นวานนี้ มีพยาบาลเข้ามาตรวจร่างกาย ค่าน้ำตาลอยู่ที่ประมาณ 70 และความดันค่อนข้างต่ำ เริ่มมีอาการเวียนหัวและหน้ามืดบ้าง แต่ถึงวันนี้ยังไหวอยู่ โดยจะขอน้ำเกลือแร่จากพยาบาลสำหรับจิบต่อไป  นอกจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่นำเอกสารของกรมราชทัณฑ์มาให้ลงชื่อ เนื้อหาแสดงความประสงค์ว่าผู้ต้องขังต้องการจะอดอาหารเอง และหากร่างกายไม่ไหวจะยินยอมให้ทำอะไรบ้าง

เมื่อถามถึงสภาพความเป็นอยู่ ฟ้าบอกว่ายังไม่ได้อาบน้ำเลยตั้งแต่เข้ามา พร้อมหัวเราะทั้งรอยน้ำตา โดยยังไม่ได้ข้าวของเครื่องใช้ที่สั่งซื้อให้เมื่อวาน เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าสั่งวันนี้ก็จะได้วันถัดไป แต่เขาถูกย้ายตัวกลับมาเรือนจำอำเภอธัญบุรีก่อน อาจต้องไปติดตามที่ร้านสวัสดิการของเรือนจำอีกที

ฟ้าบอกว่าเจ้าหน้าที่ที่นี่ค่อนข้างเป็นมิตร แต่คิดว่าหากถูกคุมขังต่อไป อาจจะทำเรื่องย้ายไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้ต้องขังทางการเมืองคนอื่น ๆ อยู่ อาจทำให้มีเพื่อนที่คอยช่วยกันดูแล รวมทั้งเขายังมีคดีที่ต้องขึ้นศาลอาญาในวันที่ 17 มี.ค. 2569 นี้ โดยเป็นนัดสืบพยานคดีชุมนุม #ม็อบ25พฤศจิกาไปSCB

นอกจากนั้น ฟ้ายังมีนัดหมายคดีในต่างจังหวัด ทั้งคดีคาร์ม็อบร้อยเอ็ด ที่ตำรวจเพิ่งนำกลับมาแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เมื่อปีที่แล้ว แม้เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเดิมมีนัดส่งตัวอัยการในวันที่ 18 มี.ค. นี้ ซึ่งเขาไม่สามารถเดินทางไปได้แล้ว และยังมีนัดขึ้นศาลในคดีมาตรา 112 อีกคดีหนึ่งที่ศาลจังหวัดพัทลุง ซึ่งมีถามคำให้การในช่วงเดือนเมษายนด้วย ต้องประสานงานเพื่อจัดการทางคดีต่อไป

ในช่วงท้าย ฟ้าฝากถึงแฟนของเขาว่า “เป็นห่วงมาก กินข้าวทุกเที่ยงห้ามขาด อย่าทำงานหักโหมมาก รู้ว่าตอนนี้คงต้องทำงานหนักมากเพื่อไม่ให้คิดฟุ้งซ้าน แต่อย่าทำงานหักโหม อยากอยู่ด้วยกันมาก ๆ ที่สุดเลย”

นอกจากนั้น ฟ้ายังฝากข้อความถึงณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ก่อนหน้านี้เป็นประธานกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ว่าจะดำเนินการกับคดีทางการเมืองต่าง ๆ ต่อไปอย่างไร ในคดีแบบของเขาจะทำอะไรได้หรือไม่

.

อ่านเรื่องราวของพรหมศร

ภาระ หน้าที่ และความหวังของ “ฟ้า” พรหมศร จำเลยคดีมาตรา 112 ในวันที่เสี่ยงเดินกลับเข้าเรือนจำ

.

X