ประชาไท X ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชวนฟังรายการ “คนนอกคอก : คนมีคดีมีเรื่องมาเล่า” รอบเดือนกุมภาพันธ์ 2569
8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 และเป็นอีกครั้งที่สะท้อนปัญหาให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่คณะรัฐประหารร่างมานั้นส่งผลอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นปมปัญหาความน่าเชื่อถือของตัวกลางจัดการเลือกตั้งอย่าง กกต. ที่โดนวิจารณ์ตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนที่ซับซ้อนวุ่นวายจนทำคนพลาดการลงทะเบียนประชามติ จัดเลือกตั้งล่วงหน้าแต่ลงประชามติล่วงหน้าไม่ได้ มาจนถึงวันเลือกตั้งจริงก็เจอปัญหาการนับคะแนนและความไม่โปร่งใส ไปจนถึงปัญหาบัตรเลือกตั้งที่สามารถย้อนหาตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้
แต่ปัญหาเหล่านี้กลับไม่มีใครต้องรับผิดชอบ เพราะทุกขั้นตอนที่เป็นปัญหาถูกบอกว่าทำถูกต้องตาม “กฎหมาย” แล้ว ในขณะเดียวกันประชาชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรียกร้องให้เกิดการตรวจสอบปัญหาและทวงถามความรับผิดชอบจากผู้จัดการเลือกตั้งกลับถูกดำเนินคดีจากหน่วยงานเสียเอง
อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งแล้วโดนคดี ครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปลายรัฐบาลทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เคยมีกลุ่ม “คนอยากเลือกตั้ง” โดนดำเนินคดีหลายครั้งหลายหนด้วยข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” และกลายเป็นที่รู้จักกันในชื่อ MBK39 RDN 50 ฯลฯ (ที่ชื่อคดีตั้งล้อตามชื่อวงไอดอลที่กำลังดัง) เพียงเพราะพวกเขาออกมาทวงรัฐบาลทหารให้จัดเลือกตั้งตามสัญญาแต่คนทวงกลับถูกดำเนินคดี
และเมื่อพูดถึงปัญหาที่เกิดในปี 2569 ก็ทำเอาหลายคนเกิดอาการเดจาวู เพราะพอมีเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2562 หลังห่างหายจากการเลือกตั้งไปนานหลายปี ก็เกิดปัญหาทันทีตั้งแต่ระบบลงทะเบียนล่ม ป้ายรายชื่อผู้สมัครผิด ไปจนถึงเกิดกรณี “บัตรเขย่ง” ที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิกับจำนวนบัตรที่ถูกใช้ไปไม่ตรงกันและปัญหา กกต. ไม่ยอมประกาศผลเลือกตั้ง 100% เสียที (ยังไม่นับปัญหาใหม่ๆ ที่กล่าวไปแล้ว)
รายการ “คนนอกคอก” ตอนล่าสุดได้ชวนทนายรอน หรือ นรเศรษฐ นาหนองตูม ทนายความอาสาของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่เข้าไปช่วยเหลือคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งมาตั้งแต่รุ่นคนอยากเลือกตั้ง จนมาถึงกรณีเรียกร้องนับใหม่ชลบุรี เขต 1 ให้มาเล่าประสบการณ์ที่ต้องไปเกี่ยวพันกับคดีของประชาชนที่ถูกดำเนินคดีเพราะเรียกร้องการเลือกตั้งและอยากเห็นการเลือกตั้งโปร่งใสที่ทุกวันนี้คดีตั้งแต่ยุครัฐบาลทหารก็ยังจบไม่หมด (แม้วงไอดอลที่เอามาตั้งชื่อคดีจะแกรดกันไปยกรุ่น 1 แล้ว) อีก 8 ปีต่อมาทนายก็ยังต้องกลับมาช่วยคดีคนที่ออกมาเรียกร้องความโปร่งใสในการเลือกตั้งกันอีกรอบ
