ตำรวจบุกตามถึงหอนร.ม.6 หลังร่วมชุมนุม #สุพรรณจะไม่ทน ขณะเจ้าของร้านเสริมสวยก็ถูกตร.ตาม

19 ต.ค. 63 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับการแจ้งจากประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีอย่างน้อย 2 ราย ที่เข้าร่วมในการชุมนุม #สุพรรณจะไม่ทน เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 63 ว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปที่บ้านและหอพักในวันถัดจากการชุมนุม

 

ภาพการชุมนุมที่จังหวัดสุพรรณบุรี (ภาพจากผู้ใช้ทวิตเตอร์)

 

ตร.เอารูปบัตรประชาชนตามถามถึงร้าน ว่าไปร่วมชุมนุมหรือไม่

รายแรก เป็นหญิงเจ้าของร้านเสริมสวยวัย 32 ปี ในอำเภอสองพี่น้อง เธอเล่าว่าหลังจากกระแสการสลายการชุมนุมและการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ต.ค. ชาวจังหวัดสุพรรณบุรีได้มีการนัดหมายชุมนุมกัน โดยเดิมนัดกันบริเวณประตูเมืองสุพรรณ แต่ตำรวจได้ไปปิดรั้วล้อมบริเวณที่จะจัดไว้ก่อนกิจกรรม ทำให้ประชาชนมีการย้ายพื้นที่ไปรวมตัวหน้าหอคอยบรรหาร-แจ่มใส

หลังจากนั้นผู้ชุมนุมประมาณกว่า 100 คน ได้เดินขบวนไปยังถนนในตัวเมืองสุพรรณ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยสกัดเป็นพักๆ ด้วย การชุมนุมเป็นลักษณะไม่ได้มีแกนนำ หรือตั้งเวทีปราศรัย แต่เป็นการรวมตัวกันเฉยๆ หลายคนจัดทำป้ายข้อความเรียกไป

ในส่วนของตนกับแฟนที่ไปร่วมชุมนุม ได้ทำป้ายประกาศข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ได้แก่ 1. ประยุทธ์ต้องลาออก 2. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยเร็วที่สุด 3. ส.ว.ต้องมาจากเลือกตั้ง 4. พรรคชาติไทยพัฒนาต้องลาออกจากพรรคร่วมรัฐบาล และได้ไปยืนอยู่แถวหน้ากับประชาชนอีกบางส่วน พร้อมกับมีการถือป้าย ทำให้อาจจะดูเด่นชัดกว่าคนอื่น

ต่อมาวันที่ 19 ต.ค. 63 ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 4-5 นาย ในชุดนอกเครื่องแบบ เดินทางมาร้านที่น้องสาวของเธอทำงาน โดยมีการถือรูปบัตรประชาชนของน้องเข้ามา แล้วถามว่าน้องได้ร่วมชุมนุมเมื่อวานหรือไม่ น้องยืนยันว่าไม่ได้ไป โดยคาดว่าเจ้าหน้าที่อาจจะเห็นว่าน้องสาวของเธอตัดผมและหน้าตาคล้ายคลึงกัน จึงเข้าใจว่าเป็นตน

จากนั้น ตำรวจได้เข้าไปยังร้านของแฟนซึ่งเป็นตึกแถวอยู่ใกล้ๆ กับร้านของน้องสาวเธอ โดยเข้ามาคุยในร้าน และมีการแสดงภาพถ่ายบัตรประชาชนของแฟน เจ้าหน้าที่ถามเช่นเดิมว่าได้ไปร่วมชุมนุมหรือไม่ แฟนเธอก็ยอมรับว่าไป เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยสั้นๆ ว่าให้ระมัดระวังการไปร่วม ตอนแรกเจ้าหน้าที่จะขอถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อให้แฟนของเธอพูดยอมรับว่าไปชุมนุมด้วย แต่แฟนเธอปฏิเสธ ก่อนเจ้าหน้าที่จะกลับไป

เจ้าของร้านเสริมสวยรายนี้ระบุว่าเธอไม่เข้าใจวัตถุประสงค์การมาของเจ้าหน้าที่ ว่าต้องการอะไรกันแน่ อาจจะเป็นการมาเช็คข้อมูลหรือข่มขู่ให้กลัว โดยในส่วนของตนไม่ได้กังวลอะไร แต่ก็สร้างความไม่สบายใจให้กับครอบครัว ที่ตำรวจมาติดตามถึงร้าน

 

(ภาพจากผู้ใช้ทวิตเตอร์)

 

ตำรวจตามถึงหอพักและโรงเรียนของนักเรียนชั้นม.6

อีกรายหนึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 วัย 19 ปี ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เข้าร่วมการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ต.ค. เช่นกัน นักเรียนรายนี้ระบุว่าไม่ได้แกนนำในการจัดกิจกรรม และไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นัดหมายด้วยซ้ำ แต่การเข้าร่วมกลับทำให้ถูกเจ้าหน้าที่เพ็งเล็ง เหตุน่าจะเพราะเขาได้ร่วมพูดปากเปล่าถึงข้อเรียกร้องเรื่องสมรสเท่าเทียม โดยไม่ได้ใช้เครื่องขยายเสียง และหลังการชุมนุม พบว่ามีบุคคลที่คาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐขับรถติดตามไปพักหนึ่งด้วย

ต่อมาในช่วงเที่ยงวันที่ 19 ต.ค. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่หอพักของนักเรียนรายนี้ โดยได้มาสอบถามถึงเขา แต่เขาไม่ได้อยู่ที่หอในขณะนั้น จึงไม่ได้พบตำรวจ ต่อมาในช่วงบ่ายยังทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ไปถามถึงเขาจากอาจารย์ในสถานศึกษาอีกด้วย โดยได้แจ้งอาจารย์ว่านักเรียนได้ไปร่วมชุมนุมทางการเมือง

ในช่วงเย็นวันดังกล่าว ซึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีก็ได้มีการรวมตัวชุมนุมกันอีกครั้งหนึ่ง นักเรียนรายนี้ได้เดินเข้าไปสอบถามผู้กำกับสภ.เมืองสุพรรณบุรี ซึ่งมาติดตามสถานการณ์การชุมนุมของประชาชนอยู่ด้วย นักเรียนได้ถามว่าเหตุใดต้องไปติดตามตนเช่นนั้น ตำรวจอ้างว่าน่าจะเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ไปดูแลเรื่องความปลอดภัย เท่าที่ทราบยังไม่ได้มีการออกหมายหรือดำเนินคดีใด และได้ยืนยันกับเขาว่าจะปลอดภัย แต่นักเรียนก็ไม่แน่ใจต่อคำรับปากดังกล่าวของเจ้าหน้าที่และไม่ได้เชื่อวัตถุประสงค์การติดตามดังกล่าวของเจ้าหน้าที่