สั่งฟ้องคดี “ศิลปินช่างสัก” ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน เหตุตะโกนด่าตร. ศาลนัดพร้อม 9 พ.ย.

วันที่ 25 ก.ย. 63 ที่ศาลแขวงเชียงใหม่ พนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ ได้ส่งฟ้องคดีของนายพึ่งบุญ ใจเย็น ศิลปินช่างสัก ในข้อกล่าวหา “ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 จากเหตุตะโกนด่าตำรวจในระหว่างการชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 และการชุมนุมเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 63 บริเวณประตูท่าแพ ด้านศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวระหว่างการพิจารณาคดี โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ประกันตัวเพียงแต่ให้สาบานตัวว่าจะมาตามนัดหมายของศาล โดยศาลนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐานวันที่ 9 พ.ย. 63 เวลา 9.00 น.

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 63 พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายพึ่งบุญอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในส่วนที่เกี่ยวกับบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาของการชุมนุมบริเวณลานประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 โดยขอแก้ไขข้อกล่าวหาที่ได้แจ้งไปแล้ว เรื่องที่ พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศแจ้งเตือนการชุมนุม เพื่อให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมเนื่องจากเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือไม่มีการแจ้งการชุมนุมสาธารณะ

แต่ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงก่อนที่จะมีการออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 13) ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ที่ข้อ 1 เรื่องให้นำข้อกำหนดตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ มาบังคับใช้ ซึ่งนายพึ่งบุญยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทางพนักงานสอบสวนระบุว่าเป็นการแก้ไขรายละเอียดให้ถูกต้องเท่านั้น ก่อนจะส่งสำนวนให้อัยการแขวงในวันที่ 15 ก.ย. 63 และอัยการได้ส่งฟ้องต่อศาลในวันนี้

 

 

วันนี้ (25 ก.ย.) พนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ ส่งฟ้องนายพึ่งบุญ แยกออกเป็น 2 คดี และศาลแขวงเชียงใหม่ได้รับฟ้องทั้งสองคดีไว้เป็นคดีดำเลขที่ 6523/2563 และ คดีดำเลขที่ 6524/2563 โดยพนักงานอัยการบรรยายฟ้องจำเลยโดยสรุปว่า

คดีแรก เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 63 พ.ต.ท.มนัสชัย อินทร์เถื่อน ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นรองผู้กำกับการสืบสวนสภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับมอบหมายจากผู้กํากับการสภ.เมืองเชียงใหม่ ให้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมกํากับดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการการชุมนุมสาธารณะของประชาชน บริเวณลานประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่

ในขณะที่ผู้เสียหายกําลังปฏิบัติหน้าที่ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศแจ้งเตือนการชุมนุม เพื่อให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม อันเป็นการกระทําการตามหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อควบคุมกํากับดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม จําเลยได้กล่าวถ้อยคําดูหมิ่นซึ่งหน้า พ.ต.ท.มนัสชัย อินทร์เถื่อน ว่า “ควย” จํานวน 5 ครั้ง โดยตะโกนใส่ผู้เสียหาย พร้อมทั้งชูนิ้วกลางแสดงสัญลักษณ์ประกอบการตะโกนถ้อยคํา อันเป็นการดูหมิ่น ดูถูกเหยียดหยามทําให้อับอาย สบประมาท ลดคุณค่าทางสังคมของผู้เสียหาย

คดีที่สอง เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 พ.ต.อ.ภูวนาท.ดวงดี ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้กํากับการสภ.เมืองเชียงใหม่ ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามคําสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4/2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้กํากับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตํารวจผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ในขณะที่ผู้เสียหายกําลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุม ณ บริเวณลานประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีประชาชนทั่วไปมาชุมนุมสาธารณะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง จําเลยได้กล่าวถ้อยคําดู หมิ่นผู้เสียหาย ในขณะที่ผู้เสียหายกําลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในสถานที่ชุมนุมดังกล่าว โดยใช้ถ้อยคํากล่าวตะโกนว่า “ควย” จํานวน 5 ครั้ง ใส่ผู้เสียหาย อันเป็นการกล่าวถ้อยคําดูหมิ่น ทําให้อับอาย สบประมาท ลดคุณค่าทางสังคมของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่กระทําการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่

ในตอนท้ายคำฟ้องทั้งสองคดี พนักงานอัยการได้ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

 

หลังการยื่นฟ้อง ทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวจำเลยโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ประกัน ด้วยเหตุที่ว่าคดีมีโทษสถานเบาและจำเลยได้ยืนยันให้การปฏิเสธมาโดยตลอด มีทางต่อสู้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อีกทั้งจำเลยมีภูมิลำเนาถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งแน่นอน ประกอบกับจำเลยเป็นเพียงบุคคลธรรมดาไม่สามารถไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานทางคดีได้  จำเลยยังเป็นเพียงผู้ถูกฟ้องคดีกล่าวหาว่ากระทำความผิด ยังไม่ได้มีคำพิพากษาว่าเป็นความผิดหรือไม่

ระหว่างนั้นจำเลยได้ถูกนำตัวไปควบคุมไว้ในห้องขังใต้ถุนศาลแขวงเชียงใหม่ ก่อนที่ผู้พิพากษาเวรจะอ่านคำฟ้องทั้งสองคดีให้จำเลยฟังผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ สอบถามว่าจำเลยมีทนายความแล้ว และจะให้การอย่างไร นายพึ่งบุญยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ศาลจึงได้มีคำสั่งให้ปล่อยตัวไปโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ประกันตัว เพียงแต่ให้สาบานตัวว่าจะมาตามนัดหมายของศาลทุกครั้ง พร้อมกับนัดพร้อมคดีและนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 9 พ.ย. 63 เวลา 9.00 น. หลังจำเลยสาบานตนเสร็จสิ้นจึงได้เดินทางกลับ

 

สำหรับนายพึ่งบุญ อายุ 34 ปี จบการศึกษาด้านจิตรกรรม จากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เขาประกอบอาชีพช่วยงานในร้านรับสักมากว่า 15 ปี และทำงานศิลปะด้านงานวาดและกราฟฟิตี้ เขาเปิดเผยว่าเริ่มติดตามข่าวสารทางการเมืองหลังการรัฐประหารปี 2557 ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความไม่ปกติของประเทศไทย จึงได้ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อยมา จนกระทั่งเคยเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในช่วงปี 2561

เขายังถูกดำเนินคดีเรื่องทำให้ทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์เสียหาย จากการเขียนข้อความว่า “ประเทศทวย” ลงบนป้ายจราจรในบริเวณตัวเมืองเชียงใหม่ คดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน