23 เม.. 62 เวลา 9.00 . อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ข้อหาเผยแพร่ข้อความลามกอนาจาร ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.. 2550 มาตรา 14 (4) ซึ่งศาลอาญา ถนนรัชดา ได้สอบคำให้การ ก่อนที่เอกชัยจะให้การปฏิเสธพร้อมต่อสู้คดี ศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 17 มิ.. 62 เวลา 9.00 .

ในคำฟ้องของอัยการระบุว่า เมื่อวันที่ 23 เม.. 60 ในเวลากลางวัน จำเลยได้โพสต์ข้อความเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผ่านเฟสบุ๊ค โดยมีข้อความว่า “พี่โม๊คให้หน่อย”, “พี่ดูดหัวนมให้หน่อย”, “พี่อยากเย็ดตูดพี่นะ”, “เขายื่นหัวนมด้านซ้ายของเขาให้ผม”, “ผมดูดหัวนมข้างซ้าย พร้อมกับสำเร็จความใคร่ให้กับเขา เขาส่งเสียงครวญครางเบา ๆ สักพักเขาจูบปากของผม เขาสอดลิ้นเข้ามาในปากของผม”

ข้อความดังกล่าวถือเป็นการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีลักษณะลามก และข้อมูลนั้นประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ จึงมีความเห็นสั่งฟ้องตามความผิดตามพ...ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.. 2550 มาตรา 14 (4) และ ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.. 2560 (ฉบับที่ 2) มาตรา 8

สำหรับคดีนี้เอกชัยได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อวันที่ 8 มี.. 61 และได้ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน

เคยมีการขอหมายจับระหว่างที่เอกชัยรุกตรวจสอบทุจริตอย่างหนัก

ในบันทึกคำให้การเอกชัยในชั้นสอบสวนระบุไว้ว่า การดำเนินคดีต่อเขาเกิดขึ้นในช่วงที่เขาทำกิจกรรมตรวจสอบการทุจริตของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการเกี่ยวกับนาฬิกาหรูและแหวนเพชร โดยไม่ปรากฏอยู่ในบัญชีทรัพย์สินที่ต้องยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (...)

เอกชัยเห็นว่ากรณีนี้ได้สร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับสังคมว่าเหตุใดจึงไม่มีการยื่นในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินว่าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ หรือได้มาโดยเกี่ยวพันกับการทุจริตคอรัปชั่นจากการบริหารประเทศหรือไม่ ดังนั้น ในฐานะพลเมืองและนักกิจกรรมทางการเมืองซึ่งต้องการให้สังคมและประชาชนเกิดความกระจ่างในเรื่องดังกล่าว จึงเริ่มทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยมีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องให้ป... รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวทำให้เกิดความกระจ่างแก่สังคมโดยเร็ว

จนกระทั่งถึงวันที่ 9 ..61 ได้พยายามเดินทางไปแสดงสัญลักษณ์มอบนาฬิกาให้กับ พล..ประวิตร อีกครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาปิดกั้นไม่ให้แสดงออก และได้ประกาศว่าจะมามอบนาฬิการวมถึงแสดงสัญลักษณ์เกี่ยวกับนาฬิกาหรูอีกครั้งในวันที่ 13 ม.ค. 61 ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ แต่แล้วก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ในวันที่ 12 ..61 พล...ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมคณะก็ได้เดินทางไปยื่นคำร้องขอศาลอาญาออกหมายจับ ในข้อหาความผิดที่ถูกกล่าวหานี้ โดยไม่เคยมีการออกหมายเรียกมาก่อนแต่อย่างใด ทว่าศาลอาญาก็ได้ยกคำร้องไม่อนุญาตให้ออกหมายจับ

ต่อมาจึงมีการแจ้งความกล่าวหาเอกชัยจากโพสต์ข้อความที่ถูกกล่าวหานี้ ซึ่งโพสต์เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 60 เอกชัยเห็นว่าการดำเนินคดีครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ามีการพยายามเข้าไปค้นข้อมูลในเฟซบุ๊กของเขา ย้อนหลังเป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้วนำข้อความดังกล่าวมาเพียงโพสต์เดียว ไม่นำข้อมูลข้อความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโพสต์ดังกล่าวมาด้วย

ข้อความที่ใช้ฟ้อง มาจากซีรีย์ประสบการณ์ในเรือนจำ

เอกชัย เปิดเผยกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่า ระหว่างที่เขาถูกคุมขังในเรือนจำจากการถูกตัดสินให้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เห็นว่าในการใช้ชีวิตประจำวันในเรือนจำนั้นผู้ต้องขังทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบที่เรือนจำกำหนด ทำให้ได้ทราบถึงสภาพปัญหาและประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรือนจำทั้งในด้านที่ดีและด้านที่ไม่ดี เพื่อให้เป็นประโยชน์และเผยแพร่ความรู้แก่บุคคลทั่วไป

จึงได้ตัดสินใจเล่าเรื่องประสบการณ์เกี่ยวกับชีวิตในเรือนจำซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงโดยใช้ชื่อบ่งบอกชัดเจนในหัวข้อแต่ละโพสต์ว่า “ชีวิตในเรือนจำครั้งแรกของผม” โดยแบ่งเรื่องราวออกเป็นทั้งหมด 14 ตอน แต่ละตอนก็จะมีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไปตามชีวิตประจำวันที่ได้ประสบมา ซึ่งหากพิจารณาข้อความทุกตอนแล้วจะเห็นได้ว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเพื่อสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในเรือนจำเพื่อให้เกิดการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

เอกชัยเห็นว่าข้อความที่ถูกนำมาฟ้องร้องในวันนี้ เป็น 1 ในซีรี่ย์ 14 เรื่อง ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเซ็กส์ในเรือนจำที่เขาเคยประสบมาระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพเป็นกว่า 2 ปี 8 เดือน เนื้อหาของการโพสต์ในซีรีย์นี้คือการเล่าเรื่องราวการมีเซ็กส์ของผู้ต้องหาในเรือนจำว่าสภาพอย่างไร

ส่วนทัศนะต่อเซ็กส์ในเรือนจำของเอกชัย เขาเห็นว่า หลายกรณีเป็นเรื่องย้อนแย้ง เช่น มีกฎห้ามมีไฟแช็กในเรือนจำ แต่ก็มีการสูบบุหรี่ได้ หรือขณะที่ห้ามมีเซ็กส์ในเรือนจำ ก็มีการแจกถุงยาง ในความเห็นส่วนตัวของเอกชัยแล้วเห็นว่า เพื่อสุขภาวะที่ดีในเรือนจำอาจจะมีสถานที่มิดชิดหรือมีผ้าปิด ให้ถูกสุขลักษณะ หรืออาจจะมีการแจกถุงยางหรือวาสลีน เพราะนักโทษส่วนใหญ่เมื่อไม่มีแล้วต้องใช้วิธีอื่นที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งนักโทษในเรือนจำไม่นิยมใช้ถุงยางกัน เนื่องจากต้องไปขอเจ้าหน้าที่และให้มีลงชื่อ และอาจจะทำให้ผู้อื่นทราบได้ ซึ่งบางคนเลือกชดเชยความต้องการด้วยการทำออรัลเซ็กส์แทนซึ่งง่ายต่อการสำเร็จความใคร่

ส่วนเป้าหมายของการโพสต์ ต้องการเปิดเผยเรื่องราวภายในเรือนจำให้คนภายนอกได้รับรู้ว่ามันมีทั้งสิ่งที่ไม่น่าเชื่อไปจนกระทั่งหักล้างความเข้าใจเดิมของคนภายนอก ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กส์เท่านั้น เอกชัยยังใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อตีแผ่ทั้งเรื่องอื่น ๆ เช่น อาหารการกินที่ไม่ได้ย่ำแย่ตามการทึกทักทั่วไป เพราะคนที่มีทรัพย์มากพอก็สามารถสั่งอาหารมารับประทานได้ปกติ 

คดีนี้ไร้สาระมาก ตอนแรกที่คดีนี้เริ่มมีการตั้งข้อหา ตำรวจจะสั่งไม่ฟ้องด้วยซ้ำ เพราะไม่มีมูลสุดท้ายก็เลยต้องฟ้อง มาฟ้องหลังจากที่เคลื่อนไหวตรวจสอบการทุจริตเรื่องนาฬิกา ของพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล ก่อนจะมีนายทหารระดับสูงมาเกลี้ยกล่อมให้มอบนาฬิกาผ่านเจ้าหน้าที่ แต่ผมยืนยันว่าจะมอบให้กับพลเอกประวิตรโดยตรง หลังจากนั้นก็มีคดีนี้ฟ้องเข้ามาเลย” เอกชัยกล่าว

ตลอดเวลาหลังจากพ้นโทษออกมา เอกชัยถ่ายทอดประสบการณ์ในเรือนจำในหลายเรื่อง และจะแบ่งเป็นตอนๆ ผ่านเฟสบุ๊คตั้งค่าสาธารณะของเขา โดยเริ่มเขียนตั้งแต่ปี 59 เป็นปกติ ทว่าจากการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงต้น ปี 60 โดยเริ่มจากกิจกรรมทวงคืนหมุดคณะราษฎร เขาถูกเจ้าหน้าที่นำตัวเข้าค่าย มทบ.11 ครั้งนั้นจึงเป็นครั้งแรกที่ทำให้เอกชัยต้องเผชิญสถานการคุกคามทั้งทางร่างกาย ทรัพย์สิน และคดีความ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน