6 พ.ย. 61 ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กว่า 50 นาย เข้าตรวจค้นร้านอุดมแอร์ ซึ่งเป็นบ้านของนางรัตนา ผุยพรม แกนนำคนเสื้อแดงกลุ่มเสรีชน จ.อุบลราชธานี ขณะมีแต่ลูกชายของรัตนาอยู่ โดยเจ้าหน้าที่อ้างใช้อำนาจตามมาตรา 44 หลังตรวจค้นนาน 15 นาที พบปฏิทินปีใหม่ 2562 รูปอดีตนายกฯ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ จำนวน 10 กล่อง รวม 5,300 ใบ จึงทำการตรวจยึดไปพร้อมแกะปฏิทินปี 2561 รูปอดีตนายกฯ เช่นกันที่แขวนอยู่ข้างฝาไปด้วย จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวบุตรชายของรัตนาไปสอบปากคำที่ สภ.วารินชำราบ แต่ไม่รู้จะสอบเรื่องอะไร ก่อนลงบันทึกประจำวันแล้วปล่อยตัวกลับ ขณะตำรวจทหารโทรศัพท์ประสานรัตนา แจ้งว่าให้เข้าไปพบหลังรัตนาเดินทางกลับถึงอุบลฯ

ที่มาภาพ เฟซบุ๊ค รัตนา เสรีชน

บุตรชายของรัตนาวัย 24 ปี เล่ารายละเอียดเหตุการณ์การเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ว่า ช่วงสายวานนี้ (6 พ.ย. 61) มีสายสืบ สภ.วารินฯ 5 นาย มาที่ร้าน ถามว่ามีปฏิทินดังกล่าวหรือไม่ เขาตอบไปว่า ไม่มีแล้ว แจกไปหมดแล้ว สายสืบชุดดังกล่าวก็คุยเล่นอยู่กับเขาสักพักจึงกลับไป หลังเจ้าหน้าที่กลับไป เขาก็ออกไปรับลูกชายวัย 2 ขวบ เหลือแต่ลุงที่เป็นลูกจ้างเฝ้าร้าน

เมื่อเขากลับมาบ้านพร้อมลูกชายในเวลาประมาณ 11.30 น. ก็พบเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองประมาณ 20 นาย ยืนอยู่เต็มบริเวณบ้านแล้ว โดยทหารยศร้อยเอกแจ้งว่า เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นบ้าน บุตรชายเจ้าของบ้านทั้งที่ก็ตกใจกลัวแต่ก็ถามหาหมายค้นของศาล ทหารอ้างว่า เขาได้รับคำสั่งมา เป็นคำสั่งตามมาตรา 44 ให้ตรวจค้นบ้านได้ พร้อมทั้งแสดงบัตรประจำตัว แต่ไม่มีเอกสารคำสั่งตามที่อ้าง เขาถามอีกว่า ตามหลักแล้วเจ้าหน้าที่ที่จะอ้างอำนาจตามมาตรา 44 ได้จะต้องมียศสูงกว่าร้อยเอกใช่ไหม นายทหารคนเดิมตอบว่า ไม่จำเป็นตอนนี้มีแค่คำสั่งก็พอแล้ว ขณะที่ผู้กำกับ สภ.วารินฯ ซึ่งยืนอยู่ด้วยบอกว่า เขามียศพันตำรวจเอกสามารถเข้าค้นได้

ในที่สุดบุตรชายของแกนนำกลุ่มเสรีชนจึงยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าค้นบ้าน ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่ทะยอยเดินทางมาสมทบอีก ทั้งรถทั้งเจ้าหน้าที่ซึ่งรวมแล้วประมาณ 50-60 นาย เต็มถนนหน้าร้าน ทำให้จราจรบนถนนสายวารินฯ-พิบูลฯ บริเวณนั้นติดขัด บุตรชายของรัตนาอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเพียง 4 นาย แต่เจ้าหน้าที่ไม่สนใจ เดินตามกันเข้าไปเต็มบ้าน ใช้เวลาตรวจค้นอยู่ราว 15 นาที เจ้าหน้าที่ก็พบเป้าหมายคือ ปฏิทินปีใหม่ 2562 ซึ่งเป็นภาพถ่ายทักษิณคู่กับยิ่งลักษณ์ ซึ่งแพ็คอยู่ในกล่องกระดาษวางอยู่ภายในบ้าน รวม 10 กล่อง หลังจากการตรวจค้นเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกการตรวจค้นและตรวจยึดของกลางให้เขาเซ็นรับรองว่า จากการเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ไม่มีสิ่งของเสียหาย และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดปฏิทินจำนวน 5,300 ใบ แต่ไม่ได้มอบสำเนาไว้ให้เขา

บุตรชายของรัตนา เปิดเผยด้วยว่า นอกจากปฏิทินปี 2562 เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดเอาปฏิทินปีปัจจุบันซึ่งเป็นภาพถ่ายอดีตนายกฯ เช่นกัน แขวนอยู่บนฝาผนังในบ้านไปด้วย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ระบุลงในรายการสิ่งของที่ตรวจยึด

จากนั้น เวลาประมาณ 13.00 น. ตำรวจบอกว่าขอเชิญตัวเขากับลุงที่ร้านไปที่ สภ.วารินฯ แต่ไม่ได้แจ้งว่า ไปทำอะไรโดยเขานั่งไปในแค็ปของรถกระบะ ซึ่งไม่มีเครื่องหมายว่าเป็นรถใช้ในราชการ มีตำรวจนอกเครื่องแบบซึ่งเป็นชุดสืบนั่งขนาบทั้งสองข้าง ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เหลือก็ยังไม่ออกจากบ้าน เมื่อไปถึง สภ.วารินฯ ลูกชายของรัตนาเล่าว่า ตำรวจเองก็ดูงง ๆ ไม่รู้ว่าจะสอบปากคำเรื่องอะไร เกี่ยงกันอยู่ว่าใครจะเป็นคนสอบ สุดท้ายพนักงานสอบสวนก็ถามเขาแค่ว่า ได้ปฏิทินมาจากไหน มีจุดประสงค์อะไรที่เอามา ซึ่งเขาเองก็ตอบเพียงว่า ไม่รู้ พนักงานสอบสวนได้พิมพ์บันทึกการสอบปากคำ และลงบันทึกประจำวัน แล้วให้เขาเซ็นชื่อ จากนั้นก็ปล่อยตัวกลับในเวลาประมาณ 14.00 น. 

บุตรชายของรัตนาเปิดเผยความรู้สึกว่า ตอนที่กลับบ้านมาพบตำรวจทหารอยู่เต็มบ้านและขอตรวจค้น เขารู้สึกตกใจกลัว ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะมาทำอะไรเขารึเปล่า ลูกชายของเขาเองก็ตกใจร้องไห้จนเขาต้องเอาไปฝากเพื่อนบ้านให้ช่วยดูแล  เขาได้ถามเจ้าหน้าที่ทั้งที่บ้านและที่สถานีตำรวจว่า เขามีความผิดข้อหาอะไร เอาตัวไปสถานีตำรวจด้วยเหตุผลอะไร เจ้าหน้าที่บอกแต่เพียงว่า เขาทำตามคำสั่ง บุตรชายแกนนำกลุ่มเสื้อแดงเล่าเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ ที่มีเจ้าหน้าที่มาเต็มบ้านไม่ใช่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ตัวเขาเองพบเจอมาหลายครั้งแล้ว ทำให้ไม่ได้ตกใจมาก ออกจะรู้สึกชิน ๆ ด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ หลังการรัฐประหารรัตนาถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจับตาและติดตามอยู่ตลอดเวลา ถูกเรียกเข้าค่ายทหารไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง หากมีความเคลื่อนไหวสำคัญ ๆ เจ้าหน้าที่ก็จะมาติดตามดูว่า จะเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ หรือแม้กระทั่งมาเฝ้าเพื่อไม่ให้ออกไปเคลื่อนไหว (อ่านเพิ่มเติมที่  กด-ปราม ยาวนาน 4 ปี จากอุบลฯ ถิ่นประท้วงของคนเสื้อแดง สู่ความสงบเรียบร้อยของ ครม.สัญจร) รวมทั้งถูกดำเนินคดีร่วมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งครั้งการชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน หรือคดี RDN50

จากการสอบถามไปที่รัตนา ซึ่งอยู่ระหว่างการทำธุระที่กรุงเทพฯ ขณะเกิดเหตุการเข้าตรวจค้นบ้าน รัตนาให้ข้อมูลว่า ได้รับการประสานจากทั้งตำรวจและทหารให้ไปพบที่มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ และ สภ.วารินฯ เมื่อเธอเดินทางกลับถึงอุบลฯ ส่วนประเด็นที่ตำรวจควบคุมตัวบุตรชายซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรด้วยไปสถานีตำรวจนั้น รัตนากล่าวว่า “เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไร ไม่รู้จะเอาตัวเขาไปทำไม แล้วอยากรู้ว่า การที่มีปฏิทินอยู่ที่บ้านเป็นความผิดตรงไหน”

ก่อนหน้านี้วันเดียว ที่ จ.อุดรธานี ก็มีทหารตำรวจไปสอบถามคนเสื้อแดงถึงเรื่องปฏิทินดังกล่าว (อ่านเพิ่มเติมที่ iLaw) ต่อมา พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงกรณีนี้ว่า “เจ้าหน้าที่เพียงขอไปดู ไม่มีอะไร คนที่ครอบครองก็ไม่มีความผิด ใครจะรักใครชอบใคร ก็ว่ากันไป จะอัดรูปมาเป็นหมื่นก็ได้” และ “เรื่องนี้ตนไม่ได้ให้นโยบายอะไร เพราะไม่ได้เดือดร้อนและไม่ได้สั่งให้ไปค้น” (อ่านเพิ่มเติมที่ ข่าวสด)