21 ก.ค. 63 เวลา 9.00 น. ศาลจังหวัดพระโขนงนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดี “ฉีกบัตรประชามติ” ที่อัยการฟ้อง 3 นักกิจกรรม ได้แก่ “โตโต้” นายปิยรัฐ จงเทพ เป็นจำเลยที่ 1 รวม 4 ข้อหา จากการฉีกบัตรออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ขณะเข้าไปลงคะแนนเสียง รวมทั้งฟ้องนายจิรวัฒน์ เอกอัครนุวัฒน์ และนายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ เป็นจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในข้อหาก่อความวุ่นวาย จากการถ่ายวีดิโอขณะที่นายปิยรัฐทำการฉีกบัตร
ในวันนี้ จำเลยทั้งสามคนเดินทางมาศาล และมีปิยบุตร แสงกนกกุล จากคณะก้าวหน้า มาร่วมรับฟังคำพิพากษาด้วย
ศาลได้อ่านคำพิพากษา โดยศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ เห็นว่าฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น เนื่องจากการกระทำของจำเลยที่ 1-3 ก่อให้เกิดความวุ่นวายในหน่วยลงคะแนน และจงใจให้สาธารณชนเห็น อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้
ศาลฎีกาลงโทษตามศาลอุทธรณ์ คือให้จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานทำลายบัตรออกเสียง และก่อความวุ่นวายในที่ออกเสียง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานก่อความวุ่นวายในหน่วยลงคะแนน ตามมาตรา 60 (9) ของ พ.ร.บ.ประชามติฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ก็มีความผิดฐานก่อความวุ่นวายเช่นกัน
ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 6 เดือน ปรับคนละ 6,000 บาท จำเลยทั้งสามให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 4 เดือน ปรับคนละ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี
สำหรับเหตุในคดีนี้เกิดขึ้นในวันออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค. 2559 ที่หน่วยเลือกตั้งในสำนักงานเขตบางนา นายปิยรัฐ จงเทพ ได้ฉีกบัตรระหว่างการลงคะแนนเสียง พร้อมกับตะโกนว่า #เผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญ เพื่อประท้วงการออกเสียงประชามติที่ไม่เสรีและเป็นธรรม เพราะมีการปิดกั้นการแสดงออกและการมีส่วนร่วมของประชาชน
ขณะที่นายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ และนายจิรวัฒน์ เอกอัครนุวัฒน์ เป็นเพื่อนที่ไปด้วยกัน และได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายวิดีโอขณะฉีกบัตร ปิยรัฐถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวในทันที และนำตัวไป สน.บางนา โดยมีเพื่อนทั้งสองติดตามไปด้วย ก่อนทั้งสามคนจะถูกดำเนินคดีนี้ และใช้เวลาเกือบ 4 ปี ในการต่อสู้คดีจนถึงชั้นศาลฎีกา
(ติดตามคำพิพากษาเต็มจากเพจและเว็บไซต์ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนต่อไป)
.
อ่านประมวลสรุปคดีนี้และการต่อสู้คดีจนถึงศาลฎีกา อ่านร่องรอย 4 ปี การต่อสู้คดี “ฉีกบัตรประชามติ” ก่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาพรุ่งนี้
.
