คดีฝ่าฝืน MOU จ่านิวขอศาลยกฟ้องเพราะอัยการขาดนัด คดีเลือกตั้งที่ (รัก) ลัก นัดสืบพยานเดือน ส.ค.

คดีฝ่าฝืน MOU จ่านิวขอศาลยกฟ้องเพราะอัยการขาดนัด คดีเลือกตั้งที่ (รัก) ลัก นัดสืบพยานเดือน ส.ค.

19 เม.ย. 2560 คดีเลือกตั้งที่ (รัก) ลัก นัดตรวจพยานหลักฐาน โจทก์และจำเลยมีพยานจะสืบทั้งหมด 15 ปาก ศาลเริ่มนัดสืบพยาน 21 ส.ค. 2560 ด้านคดี ‘จ่านิว’ ฝ่าฝืน MOU ทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลยกฟ้องเนื่องจากอัยการทหารขาดนัด แต่ศาลยกคำร้อง เนื่องจากอัยการขอรวมคดีนี้เข้ากับคดีเลือกตั้งที่ (รัก) ลัก โดยคดีนี้เริ่มการพิจารณาช้ากว่าที่ศาลนัดเกือบ 2 ชั่วโมง

08.30 น. ศาลทหารกรุงเทพนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีที่นายอานนท์ นำภา, ‘จ่านิว’ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, ‘พ่อน้องเฌอ’ นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, และนายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ จำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ถูกฟ้องข้อหาร่วมกันฝ่าฝืนประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากการจัดกิจกรรมเลือกตั้งที่รัก (ลัก) เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2558

อัยการทหารแถลงสืบพยานบุคคลจำนวน 6 ปาก ได้แก่ ผู้กล่าวหา 1 คน ผู้เห็นเหตุการณ์ 4 คน และพนักงานสอบสวน ส่วนจำเลยแถลงสืบพยานบุคคลจำนวน  9 ปาก ได้แก่ จำเลยทั้งสี่อ้างตนเองเป็นพยาน พยานผู้เชี่ยวชาญ 4 คน และผู้เห็นเหตุการณ์ 1 คน ศาลกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ 3 นัด คือ วันที่ 21, 25 และ 30 ส.ค. 60 ทั้งช่วงเช้าและบ่าย โดยนัดแรกสืบพยานโจทก์ปาก พ.อ.บุรินทร์  ทองประไพ เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

13.30 น. ศาลทหารกรุงเทพนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีที่ ‘จ่านิว’ นายสิรวิชญ์ เสริธิวัฒน์ ถูกฟ้องว่าฝ่าฝืนประกาศ คสช. ฉบับที่ 40/2557 เรื่องฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยตัวของ คสช. เนื่องจากสิรวิชญ์เคยถูกกักตัวตามกฎอัยการศึก และได้รับการปล่อยตัวโดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ต่อมาสิรวิชญ์จัดกิจกรรมเลือกตั้งที่ (รัก) ลัก ในภายหลัง ทำให้ถูกตั้งข้อหาดังกล่าว

สิรวิชญ์มาศาลพร้อมทนายความตามกำหนดเวลาที่ศาลนัด รอจนกระทั่งถึงเวลา 15.00 น. แต่โจทก์ก็ยังไม่เข้ามาในห้องพิจารณาคดี และศาลยังไม่ได้ลงมายังบังลังค์เพื่อพิจารณาคดี จำเลยจึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ เนื่องจากเห็นว่าโจทก์ไม่ได้มาตามกำหนดนัดที่ศาลได้นัดไว้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173/2 ที่มีเนื้อหาว่า ในกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดตรวจพยานหลักฐาน ให้นำบทบัญญัติมาตรา 166 ซึ่งระบุว่า ถ้าโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัด ให้ศาลยกฟ้องเสีย แต่ถ้าศาลเห็นว่ามีเหตุสมควรจึงมาไม่ได้ จะสั่งเลื่อนคดีไปก็ได้ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

ต่อมาเวลา 15.25 น. ตุลาการศาลทหารได้ลงนั่งพิจารณาคดี อัยการทหารเข้ามาในห้องพิจารณาคดีก่อนตุลาการประมาณ 5 นาที ก่อนศาลจะมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ยื่นไป โดยให้เหตุผลว่า โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้รวมคดีนี้ไปพิจารณารวมกับคดีหมายเลขดำที่ 164ก./2558 ของศาลทหารกรุงเทพ หรือคดีเลือกตั้งที่ (รัก) ลัก จึงไม่ใช่กรณีที่โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนด ให้ยกคำร้อง ซึ่งโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลในเวลาประมาณ 14.00 น.

จากนั้นตุลาการศาลทหาร สอบถามโจทก์ว่ายืนยันตามคำร้องขอรวมคดีที่ยื่นมาหรือไม่ โจทก์ก็ยืนยันตามคำร้องที่ได้ยื่นไป แต่ทนายจำเลยได้แถลงขอคัดค้านคำร้องขอรวมพิจารณาคดี โดยให้เหตุผล 3 ประการดังนี้
1. วันเวลา และสถานที่เกิดเหตุของคดีนี้ กับคดีที่โจทก์ขอให้รวมพิจารณาแตกต่างกัน
2. องค์ประกอบความผิดตามกฎหมายของคดีนี้ กับคดีที่โจทก์ขอให้รวมพิจารณาแตกต่างกัน
3. แนวทางการต่อสู้คดีของจำเลยในคดีนี้ กับคดีที่โจทก์ขอให้รวมพิจารณาแตกต่างกัน
หากศาลมีคำสั่งให้รวมพิจารณาจะทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี

จากนั้นศาลก็ถามจำเลยว่าจำเลยเป็นจำเลยคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ 164 ก./2558 หรือไม่ จำเลยยอมรับว่าเป็นคนคนเดียวกัน ศาลจึงมีคำสั่งและอ่านรายงานกระบวนพิจารณา โดยมีคำสั่งว่า พิจารณาว่าทั้งสองสำนวนคดีเป็นคดีที่เกี่ยวพันกัน จึงมีเหตุให้รวมพิจารณา แต่เนื่องจากการรวมพิจารณาจะต้องได้รับความยินยอมจากศาลในคดีดำที่ 164 ก./2558 ก่อน จึงให้โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลในคดีดำที่ 164 ก./2558 เพื่อขอให้ศาลในคดีดังกล่าวสั่งรวมพิจารณา หากศาลและคู่ความในคดีนั้น ไม่มีเหตุขัดข้อง ให้ถือว่าศาลในคดีนี้ให้ความยินยอมและให้งดการตรวจพยานหลักฐานในวันนี้ไว้ก่อน ศาลจะกำหนดวันนัดพร้อมเพื่อฟังคำสั่งต่อไป

More from my site

X