วันที่ 23 ธ.ค. 63 ที่ศาลแขวงนครสวรรค์ พนักงานอัยการคดีศาลแขวงนครสวรรค์ยื่นฟ้องนายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ผู้ต้องหาคดี “วิ่งไล่ลุง นครสวรรค์” ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณริมเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 63 ด้วย 4 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ไม่แจ้งการชุมนุม, ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน, ก่อความเดือดร้อนรำคาญ และกีดขวางการจราจร ด้านศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวจำเลยโดยไม่ต้องมีหลักประกัน ก่อนนัดหมายถามคำให้การและตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 2 ก.พ. 64 เวลา 09.00 น.

ภาพนายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 63

วันนี้ อัยการได้ยื่นฟ้องนายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ผู้ต้องหาคดี “วิ่งไล่ลุง นครสวรรค์” ต่อศาลแขวงนครสวรรค์ โดยศาลได้รับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 2647/2563

คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายฟ้องโดยสรุปกล่าวหาว่า “จำเลยได้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะและมีแกนนำอีกหลายคน โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเชิญชวนให้คนมาร่วมชุมนุม เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 63 บริเวณริมเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์ โดยไม่มีการแจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ต่อมาเมื่อพ.ต.อ.วีรภัสส์ ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าสถานีตํารวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ได้มีคําสั่งให้จําเลยเลิกการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จําเลยทราบคำสั่งและไม่ปฏิบัติตามได้ดำเนินการชุมนุมต่อไป นอกจากนี้จำเลยยังได้บังอาจนำผู้ชุมนุมราว 115 คน ร่วมกันวิ่งและเดินเป็นขบวนบนถนน โดยมีการร่วมกันทํากิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชูสามนิ้ว ที่หมายถึง สันติภาพ เสรีภาพ และภราดรภาพ ต่อเนื่องกันไปตามเส้นทางและมีการหยุดรวมตัวกันถ่ายภาพและตะโกนว่า ‘ประชาธิปไตยจงเจริญ’”

จากพฤติการณ์ดังกล่าว อัยการคดีศาลแขวงนครสวรรค์เห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ได้แก่ ไม่แจ้งการชุมนุม ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558, ข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368, ข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 และข้อหากีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522

ด้านจำเลยเมื่อได้ทราบคำฟ้องของพนักงานอัยการแขวงแล้วได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวโดยไม่มีหลักประกันต่อศาล โดยระบุว่าข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ นั้นมีเพียงโทษปรับ ไม่มีโทษจำคุก อีกทั้งความผิดอื่นๆ เป็นเพียงความผิดลหุโทษซึ่งมีอัตราเล็กน้อย ประกอบกับจำเลยประกอบอาชีพสุจริตอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์มาหลายปี ไม่คิดจะหลบหนี และพร้อมต่อสู้คดีถึงที่สุด

เมื่อศาลแขวงนครสวรรค์ได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวของจำเลยแล้ว ได้อนุญาตให้ปล่อยตัวจำเลยโดยไม่ต้องมีหลักประกัน ก่อนจะกำหนดนัดหมายถามคำให้การและตรวจพยานหลักฐานต่อไป ในวันที่ 2 ก.พ. 64 เวลา 09.00 น.

 

สำหรับกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่จังหวัดนครสวรรค์ จัดขึ้นที่บริเวณริมเขื่อนเจ้าพระยาในช่วงเวลา 17.00 น. ของวันที่ 12 ม.ค. 63 ก่อนเริ่มกิจกรรมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตำรวจ เทศกิจ ทหาร กว่า 100 นาย เข้ามาพูดคุยกับผู้จัด โดยแจ้งไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรม อ้างว่าเป็นการชุมนุมโดยไม่แจ้งฯ พร้อมกับอ่านเนื้อหาพ.ร.บ.ชุมนุมฯ ให้ผู้ชุมนุมฟัง แต่ทั้งผู้จัดและผู้เข้าร่วม

เห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นเพียงการวิ่งเพื่อสุขภาพไม่ใช่กิจกรรมทางการเมือง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจึงได้พากันตะโกนว่า “ประยุทธ์ออกไป” และยืนยันจัดกิจกรรมต่อ

นายกฤษฐ์หิรัญยังยืนยันเหตุที่ไม่แจ้งการชุมนุม เนื่องจากเห็นว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวไม่ใช่การชุมนุม จึงไม่ได้จำเป็นต้องแจ้ง แต่ต่อมาเขากลับถูกออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สภ.เมืองนครสวรรค์ คดีนี้นอกจากข้อหาตามพ.ร.บ.การชุมนุมฯ พนักงานสอบสวนยังแจ้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน, ข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญและข้อหากีดขวางการจราจร เพิ่มเข้าไปด้วย นับได้ว่าเป็นคดีในชุดวิ่งไล่ลุงที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมมากกว่าคดีในจังหวัดอื่นๆ อีกด้วย

ทั้งนี้ ทั้งสี่ข้อหาในคดีนี้เป็นข้อหาลหุโทษทั้งหมด ข้อหาที่มีโทษสูงสุดคือข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท ทำให้คดีนี้มีอายุความไม่เกิน 1 ปีนับจากวันเกิดเหตุ การสั่งฟ้องของอัยการในวันนี้ จึงเกิดขึ้นก่อนคดีหมดอายุความในวันที่ 12 ม.ค. 64

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คดีวิ่งไล่ลุงในพื้นที่ต่างๆ ที่ยังมีการต่อสู้คดีอยู่ ขณะนี้แทบทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล ได้แก่ คดีวิ่งไล่ลุงกรุงเทพ, คดีวิ่งไล่ลุงนครพนม, คดีวิ่งไล่ลุงบุรีรัมย์, คดีวิ่งไล่ลุงกาฬสินธุ์, คดีวิ่งไล่ลุงพังงา และล่าสุดคือคดีวิ่งไล่ลุงนครสวรรค์นี้ แต่ยังเหลือคดีวิ่งไล่ลุงเชียงรายที่คดียังอยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งอัยการ

ดูตารางภาพรวมชุดคดีวิ่งไล่ลุง >> ลุงก็ต้องไล่ โรงพัก-ศาลก็ยังต้องไป: เปิดตารางความเคลื่อนไหวคดีจากกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง”