เมื่อวันที่ 10 ต.ค.59 ศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดพร้อมคู่ความในคดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่กับนายสามารถ ขวัญชัย จำเลยในคดีความผิดตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง จากกรณีการเสียบใบปลิวโหวตโนบริเวณที่จอดรถของห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงก่อนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จำเลยได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ก่อนศาลจังหวัดเชียงใหม่จะกำหนดวันนัดสืบพยานในวันที่ 22-23 ก.พ.60

ลุงสามารถ 2

ภาพจำเลยขณะเข้าฟังคำสั่งของพนักงานอัยการเมื่อวันที่ 12 ก.ย.59

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ได้ยื่นฟ้องคดีนายสามารถ ขวัญชัย ต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยคำฟ้องระบุว่าเมื่อวันที่ 20 ก.ค.59 เวลากลางวัน จำเลยได้เผยแพร่ข้อความและรูปภาพในกระดาษแผ่นพับ ซึ่งมีข้อความว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ 7 ส.ค. (รูปภาพรูปมือข้างขวาชูสามนิ้ว) VOTE NO” อันเป็นข้อความที่มีลักษณะรุนแรง ปลุกระดม เพื่อผู้ออกเสียง ผู้อื่น และประชาชน เข้าใจผิดในข้อเท็จจริงว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นเผด็จการ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้ออกเสียงประชามติ ผู้อื่น และประชาชนไปลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ และประเด็นเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในวันลงประชามติ วันที่ 7 สิงหาคม 2559 ซึ่งเป็นการออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง  หรือไม่ออกเสียง อันเป็นการกระทำให้ก่อความวุ่นวาย เพื่อให้ออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ถือเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มาตรา 61   หลังการยื่นฟ้อง ศาลอนุญาตให้จำเลยได้รับการประกันตัวในระหว่างต่อสู้คดี ด้วยหลักทรัพย์ 1 แสนบาท (อ่านข่าวก่อนหน้า)

IMG_8626

ในนัดพร้อมนี้ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้สอบถามคำให้การของจำเลย โดยจำเลยให้การยอมรับว่าเป็นผู้นำใบปลิวดังกล่าวไปติดจริง แต่ให้การปฏิเสธว่าใบปลิวที่นำไปติดนั้นไม่ถือเป็นความผิดในข้อหาตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง ศาลจึงให้ทนายความของจำเลยและพนักงานอัยการยื่นพยานหลักฐานที่จะใช้ในการสืบพยานให้ศาลและให้คู่ความอีกฝ่ายตรวจสอบ ก่อนจะกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันที่ 22 และ 23 ก.พ. 60 โดยฝ่ายโจทก์ระบุพยานจำนวน 7 ปาก และฝ่ายจำเลยระบุพยานจำนวน 5 ปาก

ก่อนหน้าจะเริ่มกระบวนการพิจารณา พนักงานอัยการในคดีนี้ยังได้ขอพูดคุยกับจำเลยและทนายความ โดยอธิบายว่าหากจำเลยทำการต่อสู้คดีไปจนถึงขั้นที่มีคำพิพากษาออกมาเป็นการพิพากษาจำคุก  จำเลยจะยอมรับผลนั้นได้หรือไม่ โดยหากต่อสู้คดีไปแล้ว จะไม่มีเหตุให้ศาลสามารถลดโทษหรือรอการลงโทษจำเลยไว้ได้อีก จำเลยจึงพยายามอธิบายว่าการกระทำของจำเลยนั้นเพียงเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้สำนึกถึงประชาธิปไตยเท่านั้น  ไม่ได้มีเจตนาเลวร้ายหรือขัดต่อกฎหมาย หากผลสุดท้ายศาลตัดสินออกมาเป็นเช่นไร จำเลยก็ขอยอมรับต่อผลนั้น และยืนยันที่จะต่อสู้คดี

สำหรับนายสามารถ ขวัญชัย ปัจจุบันอายุ 63 ปี ประกอบอาชีพช่วยครอบครัวขายภาพโมเสคที่ร้านค้าในจังหวัดเชียงใหม่ นายสามารถเข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับคนเสื้อแดงในฐานะมวลชนอิสระ เคยร่วมเป็นพยาบาลอาสาในการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์เมื่อปี 2553  อีกทั้ง นายสามารถยังมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวานและความดัน

ทั้งนี้ ข้อหาตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 (1) วรรคสอง ระบุโทษจำคุกไว้ไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดไม่เกินห้าปีด้วยก็ได้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

นอนคุกแล้ว 4 วัน! ลุงวัย 63 ปี แปะใบปลิวโหวตโนที่ห้างในชม. ถูกแจ้งผิดพ.ร.บ.ประชามติ

ศาลเชียงใหม่ให้ประกันตัว ‘ลุงแปะใบปลิวโหวตโน’ หลังนอนคุกรวม 9 วัน

อัยการยื่นฟ้องคดี “ลุงแปะใบปลิวโหวตโน” ข้อหาพ.ร.บ.ประชามติ ต่อศาลเชียงใหม่แล้ว