ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดี “ปอนด์” ชุมนุมต้านรัฐประหารที่หอศิลปฯ เมื่อพฤษภาคมปี 57 ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาตามฟ้องของโจทก์อีกครั้ง เพราะเห็นว่ากองงปราบฯ มีอำนาจสอบสวนในคดีนี้ ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นใหม่อีกครั้ง19 ธ.ค.นี้

11 ต.ค.2559 ศาลแขวงปทุมวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่ จ.ส.อ.อภิชาต พงษ์สวัสดิ์ นักกิจกรรมและนักวิชาการด้านกฎหมาย เป็นจำเลยในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ประกอบกับประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 7/2557 เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา ม.90, 215 วรรคแรก, 216 และ 368 ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดให้เลิกมั่วสุมแล้วไม่เลิก และทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจ ที่มีกฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร

ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำพิพากษา แต่ได้มีคำสั่งยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาตามคำฟ้องของโจทก์อีกครั้ง เนื่องจากศาลอุทธรณ์พิจารณาเห็นว่าพนักงานสอบสวนกองปราบปรามมีอำนาจสอบสวนและสั่งฟ้องในคดีอาญาทั่วประเทศ จึงมีอำนาจสอบสวนในคดีนี้ และนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นอีกครั้งในวันที่ 19ธ.ค.2559

หลังอ่านคำพิพากษาศาลออกหมายขังระหว่างรอนัดพิพากษา อภิชาติจึงถูกนำตัวไปคุมขังที่ห้องขังใต้ถุนศาล อภิชาติได้ขอปล่อยตัวชั่วคราวด้วยหลักฐานเงินเดือนในตำแหน่งผู้ช่วยนักวิชาการปฏิรูปกฎหมาย ประจำสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเป็นหลักประกัน ซึ่งเป็นหลักประกันเดิมที่ใช้ประกัน ณ วันที่โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาล

ทนายความของอภิชาติให้สัมภาษณ์ว่านัดนี้ศาลอุทธรณ์ได้ย้อนสำนวนของศาลชั้นต้นโดยพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายในส่วนของ กองปราบฯ นั้นมีอำนาจในการสอบสวนหรือไม่ซึ่งศาลเห็นว่ามีอำนาจประเด็นนี้จึงตกไป ศาลชั้นต้นจึงต้องกลับไปพิจารณาประเด็นข้อเท็จจริงของคดีนี้ นอกจากนั้นการที่ศาลออกหมายขังจำเลย ตนเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะที่ผ่านมาอภิชาติก็มาตามนัดของศาลตลอด

คดีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พ.ค.2557 หลังการรัฐประหาร 1 วัน มีการชุมนุมคัดค้านการรัฐประหารที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร และอภิชาตเป็นหนึ่งในสี่คนที่ถูกจับกุมเนื่องจากชูป้ายข้อความต้านรัฐประหาร เขาถูกควบคุมตัวที่กองปราบจนครบ 7 วันตามอำนาจตามกฎอัยการศึก จากนั้นเขาถูกฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยไม่ให้ประกันตัวเป็นเวลา 24 วันก่อนศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขังผลัดที่ 3 ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 11ก.พ.2559 ศาลเห็นว่าคดีนี้กองบังคับการปราบปรามไม่มีอำนาจสอบสวนตามข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน จึงถือว่าไม่มีการสอบสวนโดยชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดี เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดี ศาลจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในประเด็นอื่นต่อไป ให้ยกฟ้องในคดีนี้

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข้อต่อสู้ที่ศาลไม่ได้วินิจฉัย เปิดสำนวนคดีชุมนุม ‘อภิชาต พงษ์สวัสดิ์’

สืบพยานโจทก์คดีอภิชาตฝ่าฝืนประกาศห้ามชุมนุม ศาลยกคำร้องขอตีความกม. – แนะจำเลยรับสารภาพ