22 มิ.ย. 2563 เวลา 10.00 น. “หมู่อาร์ม” ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี อดีตทหารผู้น้อยที่ออกมาเปิดโปงการทุจริตเบี้ยเลี้ยงในกองทัพ พร้อมทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางไปที่กองบัญชาการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ที่ จ.ปทุมธานี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกผู้ต้องหาของสำนักงานนายทหารพระธรรมนูญ ศูนย์ซ่อมสร้างฯ

พ.อ.มังกร ว่านเครือ, พ.ท.รัชตะ เตมิยาจล และ ร.อ.อภิรักษ์ สนธยานนท์ เจ้าพนักงานผู้สอบสวนคดีอาญาตามคำสั่งศูนย์ซ่อมสร้างฯ ที่ 97/63 ลงวันที่ 21 พ.ค. 63 ได้แจ้งข้อกล่าวหา ส.อ.ณรงค์ชัย ว่า ขัดขืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และหนีราชการในเวลาปกติ ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร มาตรา 30, มาตรา 45(3) ประกอบมาตรา 46(4) 

โดยระบุว่า หัวหน้าแผนกธุรการและกำลังพล ศูนย์ซ่อมสร้างฯ กล่าวหาว่า ส.อ.ณรงค์ชัย ทหารประจำการ เสมียนประจำแผนกโครงการและงบประมาณ กองแผนและโครงการ ศูนย์ซ่อมสร้างฯ ได้ขัดขืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และขาดราชการไปจากหน่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ ตั้งแต่ 18 มี.ค. 63 หน่วยต้นสังกัดได้ปลดผู้ต้องหามีผลเมื่อ 2 มิ.ย. 63 รวมเวลาหนีราชการ 15 วัน โดยเป็นการหนีราชการครั้งที่ 1 

ส.อ.ณรงค์ชัย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่เนื่องจากคดีมีข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกันจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมหลักฐาน จึงจะขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ ในครั้งแรกบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเหตุแห่งการดำเนินคดี ทนายความจึงได้โต้แย้ง ทำให้เจ้าพนักงานผู้สอบสวนนำไปแก้ไขก่อนนำมาให้ ส.อ.ณรงค์ชัย และทนายความลงชื่อ โดยไม่ได้มอบสำเนาฉบับที่แก้ไขแล้วให้กับผู้ต้องหาในวันนี้แต่อย่างใด

จากนั้น เจ้าพนักงานสอบสวนได้ให้ ส.อ.ณรงค์ชัย เดินทางไปพิมพ์ลายนิ้วมือ ที่ สภ.ปากคลองรังสิต เมื่อแล้วเสร็จได้นำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพในช่วงบ่าย

เมื่อถึงศาลทหารกรุงเทพ ประชาชนจำนวนหนึ่งที่รอให้กำลังใจอยู่ ได้ตะโกน saveหมู่อาร์ม ท่ามกลางการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนมาก ซึ่งไม่อนุญาตให้ ส.อ.ณรงค์ชัย ให้สัมภาษณ์สื่อ ก่อนเข้าไปในศาล

ภาพจากเฟซบุ๊ก ปู ใบตองสด

เจ้าพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. – 3 ก.ค. 63 ระบุเหตุผลว่า เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหา

คำร้องขอฝากขังยังระบุว่า เจ้าพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการให้ประกันตัว หากผู้ต้องหาร้องขอ เนื่องจากผู้ต้องหาเคยมีพฤติการณ์ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในคดี ดังนั้น หากศาลอนุญาตให้ประกันตัว ผู้ต้องหาจะไปให้สัมภาษณ์ ทำให้เกิดกระแสสังคม และอาจกดดันพยาน ทำให้พยานเกิดความไขว้เขว ไม่กล้าให้ถ้อยคำตามจริง อันเป็นการยุ่งเหยิงพยาน

ทนายความของผู้ต้องหาได้แถลงคัดค้านคำร้องขอฝากขังโดยอาศัยเหตุผล ดังนี้

  1. การรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาเป็นเพียงขั้นตอนการส่งเอกสาร 
  2. ผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี โดยผู้ต้องหาได้มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก 
  3. การสอบสวนคดีนี้เป็นการสอบสวนในข้อหาขัดขืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และหนีราชการ ซึ่งเอกสารทั้งหมดอยู่ที่คณะกรรมการสอบสวนแล้ว 
  4. ปัจจุบันผู้ต้องหาถูกปลดจากราชการแล้วจึงไม่สามารถไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในสถานที่ราชการได้ 
  5. ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ขอคุ้มครองในฐานะพยานคดีอื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ศาลพิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาไว้ในระหว่างสอบสวนตามที่เจ้าพนักงานสอบสวนร้องขอ โดยเห็นว่า ตามคำร้องมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้ต้องหาน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี ซึ่งการรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหายังถือว่าเป็นกรณีการสอบสวนยังไม่เสร็จ และอาจมีการสอบสวนเพิ่มเติมได้ และให้นำตัวผู้ต้องหาไปควบคุมไว้ที่เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 

ภายหลังมีคำสั่งให้ฝากขัง ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัว พร้อมหลักทรัพย์ประกันเป็นเงินสด 50,000 บาท โดยให้เหตุผลประกอบว่า มูลเหตุของคดีนี้มาจากการที่ผู้ต้องหาได้เดินทางไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดี พล.ต.อภิชาติ อาจสันเทียะ กับพวก กรณีทุจริตเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการโดยไม่มีการเดินทางจริง และกรณีอื่นๆ ซึ่งต่อมาผู้ต้องหาถูกข่มขู่คุกคามถึงขั้นจะเอาชีวิต จนทำให้ไม่สามารถจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยตามปกติได้ โดยผู้ต้องหาไม่ได้มีเจตนาจะฝ่าฝืนคำสั่งหรือหนีราชการแต่อย่างใด และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ ป.ป.ช. เพื่อให้คุ้มครองผู้ต้องหาไว้ในฐานะพยาน นอกจากนี้ พยานหลักฐานในคดีนี้ได้อยู่ในความครอบครองของผู้กล่าวหาทั้งหมดแล้ว ผู้ต้องหาไม่มีความสามารถจะไปยุ่งเกี่ยวได้ อีกทั้งไม่มีพฤติกรรมหลบหนีมาก่อน ทั้งยังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาโดยไม่ได้ขัดขืนแต่ประการใด ผู้ต้องหาจึงขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อให้ผู้ต้องหาได้มีโอกาสไปเป็นพยานให้กับ ป.ป.ช. สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด ทำให้กองทัพไทยได้รับความเสียหาย มาลงโทษตามกฎหมายต่อไป 

เวลา 14.45 น. ขณะที่ประชาชนที่มาให้กำลังใจด้านนอกศาลรอคอยผลการขอประกันตัว ศาลทหารกรุงเทพได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว ส.อ.ณรงค์ชัย โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ 

อย่างไรก็ตาม ส.อ.ณรงค์ชัย ต้องถูกควบคุมตัวขึ้นรถผู้ต้องขังไปที่เรือนจำ มทบ.11 ที่ จ.นครปฐม ตามคำสั่งให้ฝากขัง ก่อนจะทำการปล่อยตัวตามคำสั่งให้ประกันตัว โดยมีรายงานว่า ส.อ.ณรงค์ชัยได้รับการปล่อยตัวในเวลาประมาณ 18.20 น.

เครดิตภาพ สำนักข่าวพลังมด

นอกจากคดีดังกล่าวนี้แล้ว หลังการออกมาเปิดโปงการทุจริตในหน่วยต้นสังกัด ส.อ.ณรงค์ชัย ยังถูกปลดออกจากราชการ โดยเขาเปิดเผยกับบีบีซีไทยถึงสถานะของเขาตอนนี้ว่า “ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีที่อยู่ หางานทำไม่ได้ เหมือนคนเถื่อนคนหนึ่ง” 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 63 กองทัพบกออกมาแถลงชี้แจงกรณีที่ ส.อ.ณรงค์ชัย ถูกดำเนินคดีนี้ว่า ไม่ใช่จากเหตุนำข้อมูลการทุจริตไปเผยแพร่ และไม่ได้มีการสั่งการมาจาก ผบ.ทบ. แต่เป็นการดำเนินการตามสายการบังคับบัญชาของหน่วยต้นสังกัดเอง