เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2569 ศาลจังหวัดปัตตานีนัดสืบพยานจำเลยในคดีของนักกิจกรรมและนักศึกษาจำนวน 5 คน กรณีถูกกล่าวหาจากกิจกรรมทำประชามติจำลอง ระหว่างงานเสวนาเรื่อง “สิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองกับสันติภาพปาตานี” ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2566
ผู้ถูกฟ้องคดีนี้ ได้แก่ อิรฟาน อูมาน, สารีฟ สะแลมัน, ฮุซเซ็น บือแน, อาเต็ฟ โซ๊ะโก และฮากิม พงตีกอ ในข้อกล่าวหา “ยุยงปลุกปั่นฯ” ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ร่วมกันเป็นซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210 และเฉพาะอิรฟาน ยังถูกฟ้องในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) ด้วย
คดีนี้ มีการสืบพยานโจทก์ไประหว่างวันที่ 7-10 และ 14-15 ก.ค. 2569 โดยอัยการโจทก์นำพยานเข้าเบิกความจำนวน 12 ปาก และวันที่ 18-19 ส.ค. ฝ่ายจำเลยนำพยานเข้าเบิกความจำนวน 7 ปาก จนเสร็จสิ้น
หลังการสืบพยาน ศาลได้พิจารณาว่าคดีนี้ข้อกล่าวหาตามคำฟ้องของโจทก์ มีลักษณะต้องตามร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งฝ่ายจำเลยแถลงว่าได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการทูลเกล้าเพื่อลงพระปรมาภิไธย ข้อหาที่โจทก์ฟ้องจะได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายดังกล่าว ซึ่งหากเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นการแสดงออกทางการเมืองแล้ว จะมีผลถ้าคดีอยู่ระหว่างพิจารณา ให้มีการถอนฟ้องคดีไป หรือหากมีการพิพากษาไปแล้วให้มีหมายปล่อย ซึ่งเป็นประโยชน์กับจำเลยทั้งห้า
ศาลจึงพิจารณาให้คดีรอฟังผลการพิจารณาของคณะกรรมการตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวสักระยะหนึ่ง จึงให้นัดฟังผลการพิจารณาในวันที่ 30 พ.ย. 2569 เวลา 09.00 น. โดยให้จำเลยทั้งห้าแถลงถึงผลการพิจารณาดังกล่าว และจะกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาต่อไป
.
สำหรับเหตุที่มาในคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2566 กลุ่มขบวนนักศึกษาแห่งชาติ Pelajar Bangsa ได้จัดงานเปิดตัวกลุ่ม ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยภายในงานมีการปาฐกถาและเสวนาในหัวข้อเรื่อง “สิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง (Right to Self Determination) กับสันติภาพปาตานี” ในขณะเดียวกัน ระหว่างเสวนายังมีกิจกรรมการออกเสียงประชามติจำลองด้วย
ต่อมา พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาค 4 ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ในขณะนั้น ได้มอบอำนาจให้ ร.อ.พนมกรณ์ พันพรมมา เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองปัตตานี และพนักงานอัยการภาค 9 ได้มีคำสั่งฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดปัตตานีเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2568
ทั้งนี้ เมื่อเดือนกันยายน 2568 ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีร้องเรียนว่า นักกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ (SLAPP) โดยเป็นการตรวจสอบการร้องเรียนจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในหลายกรณี โดยเฉพาะกรณีการดำเนินคดีตามมาตรา 116 ต่อนักกิจกรรม รวมทั้งในคดีประชามติจำลองนี้
รายงานการตรวจสอบฉบับนี้ โดยภาพรวม กสม. ให้ความเห็นว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพเกินสมควรแก่เหตุ และเป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการยับยั้งการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักกิจกรรมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จนเกินสมควรแก่เหตุ
.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
.
