วันที่ 15 พฤษภาคม ของทุกปี ถูกขบวนการสันติภาพนานาชาติกำหนดให้เป็นวันสากลแห่งการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม (International Conscientious Objection Day) มีขึ้นเพื่อรณรงค์ถึงสิทธิในการปฏิเสธการเกณฑ์ทหาร และรำลึกถึงการต่อสู้ของผู้คัดค้านทั่วโลกซึ่งหลายคนเผชิญกับการดำเนินคดี การถูกคุมขัง หรือแม้แต่การสังหารในอดีต
ในประเทศไทย สิทธิดังกล่าวจะเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านการอารยะขัดขืนปฏิเสธการบังคับเกณฑ์ทหารของ “เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล” พร้อมการยืนยันถึงสิทธิในการไม่เข้าร่วมการเกณฑ์ทหารด้วยมโนธรรมของตัวเอง นำไปสู่การต่อสู้คดีที่เกิดขึ้นตามมา แม้ในทางกฎหมาย รัฐไทยยังไม่ได้มีการรับรองสิทธิดังกล่าว การบังคับเกณฑ์ทหารยังเป็นแนวทางหลัก และผู้ปฏิเสธยังต้องเผชิญกับการถูกดำเนินคดี และความเสี่ยงในการถูกคุมขัง
การปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม (conscientious objection) นั้นคือ การที่พลเมืองปฏิเสธไม่เข้ารับการเกณฑ์ทหาร เนื่องจากขัดต่อความเชื่อทางศาสนา มโนธรรม หรือความเชื่อทางปรัชญา โดยความเชื่อดังกล่าวเป็นความเชื่ออย่างลึกซึ้งและจริงจังของบุคคล ว่าการใช้ความรุนแรง การทำสงคราม หรือการมีส่วนร่วมในกองทัพเป็นสิ่งที่ขัดต่อศีลธรรม หรือความคิดความเชื่อของตน
ฐานของความเชื่อดังกล่าวมีที่มาได้จากหลากหลายรูปแบบ ทั้งแนวความเชื่อทางศาสนา, ความเชื่อทางปรัชญา หรือความเชื่อด้านสิทธิมนุษยชนและจริยธรรม โดยผู้ปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยมโนธรรมไม่ได้ปฏิเสธหน้าที่ต่อรัฐโดยทั่วไป แต่อาจเต็มใจรับใช้ชาติในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ช่วยเหลือในกิจการของพลเรือน ไม่เกี่ยวกับการทหาร, การบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
การปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยมโนธรรม ถือได้ว่าเป็นสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติพิจารณาว่า เป็นส่วนหนึ่งของสิทธิในการมีเสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนา ซึ่งได้รับการรับรองไว้ในข้อ 18 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ครอบคลุมทั้งสิทธิในการมีหรือยอมรับความเชื่อ และสิทธิในการแสดงออกถึงความเชื่อนั้น
บางประเทศ ได้ยอมรับสิทธิดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้มีระบบการยื่นคำร้อง ให้ผู้ที่มีความเชื่อสามารถขอยกเว้นการเกณฑ์ทหารได้ โดยอาจจัดให้มีบริการทดแทน เช่น งานโรงพยาบาล งานกู้ภัย งานสาธารณะต่าง ๆ แทน ไปจนถึงกระทั่งให้ระบบการเกณฑ์ทหารเป็นไปโดยสมัครใจ แต่ก็ยังมีหลายรัฐในโลก ที่ไม่ยอมรับสิทธิดังกล่าว ผู้ปฏิเสธการบังคับเกณฑ์ทหารอาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีหรือลงโทษ อย่างกรณีของประเทศไทย
.
ภาพกิจกรรมจาก War Resisters’ International
.
สำหรับ “วันของผู้ปฏิเสธการเกณฑ์ทหาร” เริ่มกำหนดขึ้นครั้งแรกในยุโรปเมื่อปี 1982 โดยผู้คัดค้านการบังคับเกณฑ์ทหารจากยุโรปตะวันตก เพื่อมุ่งหวังที่จะรณรงค์ถึงสิทธิในการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรมในรัฐที่ยังไม่มีการรับรอง และสนับสนุนผู้คัดค้านจากทั่วโลก เหตุที่เลือกวันที่ 15 พ.ค. เพราะความสะดวกในปีนั้น แต่วันดังกล่าวก็ยังถูกใช้ดำเนินกิจกรรมอีกครั้งในปีต่อ ๆ มา
จากนั้นในปี 1985 สำนักงานผู้คัดค้านการเกณฑ์ทหารแห่งยุโรปได้นำวันดังกล่าวมาใช้อย่างเป็นทางการ และต่อมาก็ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก โดยองค์กร War Resisters’ International ที่ทำงานด้านการต่อต้านสงครามและส่งเสริมสันติภาพในระดับนานาชาติ ได้ปรับเปลี่ยนจากวันสำคัญของยุโรป ให้เป็นวันสำคัญในระดับสากล
ในแต่ละปี ผู้คัดค้านการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรมในประเทศต่าง ๆ ได้แสดงออกถึงสิทธิดังกล่าว การต่อต้านสงคราม และการบังคับเกณฑ์ทหาร ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการชุมนุมประท้วงนอกเรือนจำหรือค่ายทหารที่คุมขังผู้คัดค้าน การประท้วงที่สถานทูตของประเทศที่ไม่ให้การยอมรับสิทธิดังกล่าวหรือปฏิบัติต่อผู้คัดค้านอย่างไม่เป็นธรรม การแสดงละครบนท้องถนน และพิธีการรำลึกต่าง ๆ อย่างการอ่านรายชื่อของผู้คัดค้านในอดีตและปัจจุบัน
ตัวอย่างในลอนดอน มีการจัดกิจกรรมที่ Tavistock Square ในทุกปี พื้นที่ดังกล่าวมีการจัดวางก้อนหินรำลึก (Conscientious Objectors’ Commemorative Stone) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับผู้คัดค้านการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม ซึ่งสร้างขึ้นหลังจากการรณรงค์ของกลุ่มมนุษยนิยมและนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพและการไม่ใช้ความรุนแรง เปิดตัวในวันที่ 15 พ.ค. 1995 ทำให้ต่อมากลายเป็นจุดศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมและพิธีรำลึกในแต่ละปี
.
ข้อความบนก้อนหินรำลึกที่จัตุรัส Tavistock Square ในลอนดอน “แด่ทุกคนที่ได้สร้างและรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการปฏิเสธการฆ่า การมองการณ์ไกลและความกล้าหาญของพวกเขามอบความหวังให้แก่เรา”
.

แผนที่ google map แสดงการรวบรวมข้อมูลผู้คัดค้านการเกณฑ์ทหารจากทั่วโลก โดย The Peace Pledge Union
.
ในปีนี้ War Resisters’ International เอง ก็มีการเชิญชวนผู้คัดค้านการเกณฑ์ทหาร ผู้ต่อต้านสงครามหรือลัทธิทหารนิยม ให้ร่วมกันแสดงออก ทั้งการทำให้การคัดค้านปรากฏให้เห็น ผ่านกิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ, การร่วมขยายมุมมองและความเข้าใจต่อผู้คัดค้านด้วยเหตุแห่งมโนธรรม, การเชื่อมโยงผู้คัดค้านในประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ หรือการเชื่อมโยงประเด็นการต่อต้านการเกณฑ์ทหารกับประเด็นอื่น ๆ ที่กว้างขวางขึ้น เช่น ลัทธิทหารนิยม, ปัญหาสงครามและความรุนแรง เป็นต้น
“สถานการณ์ปัจจุบันนี้น่าเป็นห่วง แต่ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่า การปฏิเสธก็เป็นคำตอบเช่นกัน คำตอบที่มักมาพร้อมกับความท้าทายมากมาย และนี่คือเหตุผลที่การรวมตัวต่อต้านการเกณฑ์ทหารจึงมีความเร่งด่วนและมีความสำคัญมากกว่าที่เคย”
“ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ทุกการกระทำล้วนมีส่วนช่วยสร้างโลกที่สงครามไม่ได้ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ได้รับการสนับสนุนอีกต่อไป” เครือข่ายต่อต้านสงครามนานาชาติระบุ
.
ภาพจาก War Resisters’ International
.
ย้อนอ่านบทความเกี่ยวกับการปฏิเสธการเกณฑ์ทหาร
“สิทธิการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม” ในฐานะเจตจำนงภายใน
ย้อนดูเส้นทาง 11 ปี การปฏิเสธการบังคับเกณฑ์ทหารด้วยมโนธรรมของ “เนติวิทย์”
.




