ในวันที่ 8 ธ.ค. 2568 เวลา 09.00 น. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ในคดีของ “นัฏฐพล” (สงวนนามสกุล) ประชาชนจากจังหวัดเพชรบูรณ์วัย 30 ปี ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากกรณีแสดงความเห็นใต้โพสต์เฟซบุ๊กของ “Somsak Jeamteerasakul” เกี่ยวกับข่าวลืออาการป่วยของรัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2564
คดีนี้มี พ.ต.ต.กิตติพงศ์ อมฤตโอฬาร สว.กก.3 บก.ปอท. เป็นผู้กล่าวหา นัฏฐพลถูกแจ้งข้อกล่าวหาที่ บก.ปอท. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2564 ก่อนอัยการจะมีคำสั่งฟ้องต่อศาลอาญาหลังผ่านไปเกือบ 2 ปี เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2566
นัฏฐพลได้ตัดสินใจให้การรับสารภาพในนัดตรวจพยานหลักฐาน และได้จัดทำคำแถลงประกอบยื่นต่อศาล ศาลจึงได้สั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจพฤติการณ์ของจำเลยเพื่อประกอบการพิจารณาพิพากษา
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2567 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง พิพากษาจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยเห็นว่าไม่มีเหตุให้รอลงอาญา
ทั้งนี้ ศาลได้แจ้งว่า แม้รายงานการสืบเสาะจากพนักงานคุมประพฤติจะระบุเห็นควรว่าให้รอลงอาญา แต่ศาลเห็นว่าข้อความที่ถูกกล่าวหานั้นรุนแรง ไม่ได้อยู่ในวิสัยที่จะรอลงอาญาได้ จึงพิพากษาจำคุก โดยไม่รอลงอาญา
ภายหลังศาลอาญาอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์คดี โดยวางหลักทรัพย์ประกันเป็นจำนวน 100,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต
ต่อมาจำเลยอุทธรณ์คดี โดยขอให้ศาลอุทธรณ์รอการลงโทษจำคุกไว้ เนื่องจากจำเลยให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอดตั้งแต่ในชั้นสอบสวน และชั้นศาล จนกระทั่งถูกฟ้องในคดีนี้ เป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี โดยจำเลยไม่เคยถูกออกหมายจับและไม่เคยถูกควบคุมตัวมาก่อน และไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใด
ทั้งจำเลยเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ได้เป็นแกนนำหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ภายหลังถูกดำเนินคดีก็ไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ อีก
ปัจจุบัน จำเลยประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับส่งผู้โดยสาร และรับจ้างติดตั้งแอร์ ยังมีภาระต้องส่งเงินให้มารดาและยาย โดยคุณยายมีอายุมากแล้ว และมีโรคประจำตัว จำเลยต้องพาไปพบแพทย์ตามนัดทุกสามเดือนที่โรงพยาบาลในจังหวัดเพชรบูรณ์
จำเลยพร้อมเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ และปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมความประพฤติที่ศาลจะกำหนด
.
