ยื่นหนังสือขอให้ส่งตัว “เอกชัย หงส์กังวาน” ผู้ต้องขังคดี ม.110 เข้ารับการตรวจอาการฝีในตับกับแพทย์เฉพาะทางฯ 

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2568 ทนายความได้ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม และผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อขอให้ส่งตัว “เอกชัย หงส์กังวาน” นักกิจกรรมทางการเมืองวัย 50 ปี และผู้ต้องขังในคดีมาตรา 110 ได้เข้ารับการรักษาอาการฝีในตับอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับคดีที่เอกชัยถูกคุมขัง เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ในคดีที่เขาและพวกรวม 5 คนถูกฟ้องในข้อหาหลักประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จของสมเด็จพระราชินี  เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 โดยลงโทษจำคุกเอกชัยถึง 21 ปี 4 เดือน

เอกชัยถูกคุมขังรอบนี้เป็นครั้งที่ 7 ในชีวิตแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้เคยถูกคุมขังมาทั้งในคดีมาตรา 112 กรณีขายซีดีสารคดีของสำนักข่าว ABC และคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีโพสต์เรื่องเพศสัมพันธ์ในเรือนจำ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาถูกนำตัวมาคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม หลังจากไม่ได้ประกันตัว เขากับเพื่อนร่วมคดีรวม 5 คน ได้ถูกย้ายตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2568

.

ก่อนหน้านี้ในการคุมขังคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เมื่อปี 2566 เขามีอาการเป็นฝีในตับ โดยถูกส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งแพทย์พบสิ่งคล้ายก้อนเนื้อที่ตับขนาด 11x 8 ซม. จากนั้นเขาได้รับการส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลราชวิถี เพื่อรับการรักษากับแพทย์เฉพาะทางด้วยการเจาะระบายหนองจากฝีในตับ ก่อนมีนัดติดตามอาการกับแพทย์หลังจากนั้น

ทั้งนี้ ทนายความได้มีหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำกลางครองเปรม และผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยมีใจความสำคัญระบุ ดังนี้

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568 ทนายความได้รับแจ้งจากผู้ต้องขังว่า ผู้ต้องขังมีอาการไข้และรู้สึกปวดท้อง ประกอบกับผู้ต้องขังมีนัดติดตามอาการป่วยด้วยโรคฝีในตับกับโรงพยาบาลราชวิถี แต่ผู้ต้องขังต้องถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางครองเปรม ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2568 เสียก่อน จึงทำให้ไม่ได้ไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการป่วยดังกล่าว และมีความกังวลเป็นอย่างยิ่งหากไม่ได้รับการตรวจและเข้ารับการรักษาเฉพาะทางต่อเนื่อง และอาการป่วยด้วยโรคดังกล่าวจะหนักขึ้นเหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.ย. ปี 2566

ในกรณีของเอกชัยที่มีอาการเจ็บป่วยและเคยมีประวัติการรักษาโรคฝีในตับอย่างชัดเจน และจำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง จึงขอให้พิจารณาส่งตัวผู้ต้องขังไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งมีแพทย์เฉพาะทางที่เคยให้การรักษาผู้ต้องขังมาก่อน

เพื่อให้ผู้ต้องขังมีความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย สอดคล้องกับสิทธิผู้ต้องขังตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 28, พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 55 และข้อกำหนดขั้นต่ำแห่งองค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (Mandela Rules) ข้อ 27

.

จากบันทึกเยี่ยมของทนายลงวันที่ 3 ต.ค. 2568 เอกชัยได้เล่าถึงปัญหาการรักษาพยาบาลในเรือนจำจากประสบการณ์ที่เคยถูกคุมขังในหลายครั้งว่าถ้าไม่ป่วยหนักจริง ๆ ก็คงไม่ได้ส่งตัวไปโรงพยาบาล และถึงจะป่วยหนัก ก็อาจจะต้องรอจนถึงวันทำการ ไม่ได้ส่งตัวในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือนักขัตฤกษ์ เหมือนกับกรณีของ “อากง” เมื่อหลายปีก่อน แต่ถ้าป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเขียนคำร้อง ไปหาคลินิกภายในเรือนจำได้อยู่

จากกรณีดังกล่าว จึงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าเรือนจำจะมีการพิจารณาให้ส่งตัวผู้ต้องขังได้เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลราชวิถีหรือไม่ 

ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2568 เอกชัยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางครองเปรม และไม่ได้สิทธิประกันตัวในระหว่างฎีกาเป็นระยะเวลารวม 57 วันแล้ว

X