10-11 ก.ย. ชวนติดตามสืบพยานคดี “เนติวิทย์” อารยะขัดขืนไม่เกณฑ์ทหาร ด้วยเหตุทางมโนธรรมสำนึก 

ระหว่างวันที่ 10-11 ก.ย. 2568 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ที่ศาลแขวงสมุทรปราการ ชวนร่วมกันติดตามการสืบพยานในคดีของ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมทางสังคมวัย 28 ปี ที่ถูกฟ้องในข้อหาหลีกเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหารฯ ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 จากกรณีที่อารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมกับการบังคับเกณฑ์ทหาร ด้วยเหตุผลทางมโนธรรม (conscientious objection)

เหตุในคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2567 เนติวิทย์ได้เดินทางไปสถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการประจำปี 2567 (เกณฑ์ทหาร) ที่เทศบาลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนอ่านแถลงการณ์อารยะขัดขืน ไม่เข้าร่วมกับการบังคับเกณฑ์ทหาร เนื่องจากขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน ความเชื่อทางศีลธรรม ทั้งยังล้าสมัย ไม่มีประสิทธิภาพ และมีส่วนทำให้สังคมไทยไม่เป็นประชาธิปไตย และการไม่เข้าร่วมการเกณฑ์ทหารของเขานั้นเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ เพื่อสิทธิเสรีภาพของพลเมืองที่ดีขึ้น และเพื่อให้กองทัพที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสมกับยุคสมัย 

ต่อมา นายอำเภอเมืองสมุทรปราการจึงได้มอบหมายให้ พ.ท.กัมพล สังข์สาลี สัสดีอำเภอเมืองสมุทรปราการ มาแจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี และเนติวิทย์ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่ สภ.บางปู เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2567

.

ผ่านไปกว่าหนึ่งปี เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2568 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงสมุทรปราการได้ยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลแขวงสมุทรปราการ โดยสรุประบุว่า จำเลยได้หลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกเข้ารับราชการกองประจำการตามหมายเรียก โดยไม่มีเหตุยกเว้นตามกฎหมาย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 ซึ่งข้อหาดังกล่าวกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี

วันดังกล่าว เนติวิทย์ยังแถลงการณ์ยืนยันผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เมื่อปีที่ผ่านมา ผมได้ไปที่หน้าหน่วยตรวจเลือก แต่ปฏิเสธที่จะร่วมจับใบดำใบแดง ผมไม่ได้หลบหนี แต่เลือกที่จะไม่ร่วมมือกับระบบที่ผมไม่เชื่อถือ ด้วยเหตุผลทางมโนธรรม ผมขอยืนยันการปฏิเสธข้อกล่าวหา

“การปฏิเสธเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม (conscientious objection) เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ประชาชนไม่ควรถูกบังคับให้เข้าร่วมในระบบที่ฝึกฝนความรุนแรงหรือขัดต่อความเชื่อส่วนบุคคล 

“ตลอดประวัติศาสตร์ มีผู้คนมากมายลุกขึ้นปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยจิตสำนึกทางศีลธรรม หนึ่งในนั้นคือ มูฮัมหมัด อาลี ตำนานนักมวยผู้ประกาศอย่างกล้าหาญว่า ‘ผมไม่มีเรื่องอะไรกับพวกเวียดกง’ เขาสูญเสียตำแหน่งแชมป์โลก และถูกจำคุก แต่จุดยืนของเขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลก

“ในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ เยอรมนี อิสราเอล และอีกมากมาย มีผู้ปฏิเสธการเกณฑ์ทหารอย่างสันติและยอมแลกด้วยเสรีภาพส่วนตัว พวกเขาคือแรงบันดาลใจของผม

“ระบบเกณฑ์ทหารในไทย เป็นต้นเหตุของการคอร์รัปชัน ความรุนแรง และการใช้อำนาจของกองทัพเกินขอบเขตมาช้านาน ผมเชื่อว่าการต่อสู้ด้วยสันติวิธีครั้งนี้จะนำไปสู่กองทัพที่โปร่งใสขึ้น และสังคมไทยที่เคารพเสรีภาพมากขึ้น”

.

ต่อมา ในนัดตรวจพยานหลักฐานเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2568 ที่ผ่านมา เนติวิทย์ยืนยันให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ยืนยันว่าว่าเขาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายระหว่างประเทศในการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยมโนธรรม

อัยการโจทก์แถลงติดใจสืบพยาน 2 ปาก ได้แก่ สัสดีผู้กล่าวหาและพนักงานสอบสวน ส่วนฝ่ายจำเลยแถลงขอสืบพยานจำนวน 7 ปาก ศาลจึงกำหนดให้สืบพยานในสองนัดดังกล่าว

ชวนติดตามการต่อสู้คดีนี้ โดยเฉพาะการต่อสู้คดีครั้งแรกในประเทศไทยเรื่องการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม ในฐานะประเด็นทางสิทธิมนุษยชนประเด็นหนึ่ง

.

X