3 พ.ย. 63 เวลา 15.30 น. โดยประมาณ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที เข้ามอบตัวที่ สน.ปทุมวัน ตามหมายจับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการชุมนุม #ม็อบ15ตุลา หรือ #15ตุลาไปราชประสงค์ เมื่อ 15 ต.ค. 63 และ #ม็อบ16ตุลา หรือ #16ตุลาไปแยกปทุมวัน เมื่อ 16 ต.ค. 63 หลัง พ.ต.อ.กานต์ ธรรมเกษม รอง ผบก.น. 6 เดินทางมาเจรจากับทนายความและอรรถพลขณะรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.สำราญราษฎร์และ สน.ชนะสงคราม ในคดีการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 63 ของ #คณะราษฎรอีสาน และคดีการชุมนุมเมื่อ #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ตามลำดับ 

ช่วงเช้าของวันที่ 3 พ.ย. 63 ขณะอรรถพลกำลังรับทราบ 5 ข้อกล่าวหา รวมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการชุมนุมกับ #คณะราษฎรอีสาน เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 63 บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  พ.ต.อ.กานต์ ธรรมเกษม ได้เดินทางมาเพื่อแจ้งอรรถพลและทนายความ เรื่องหมายจับของ สน.ปทุมวันและ สน.ลุมพินี ที่ยังไม่สิ้นผล โดยทนายความเจรจาว่า ขอให้อรรถพลเดินทางรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.สำราญราษฎร์และ สน.ชนะสงครามให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจะเข้ามอบตัว ทั้งนี้ ทนายความยืนยันว่า อรรถพลได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในคดีอื่นและอยู่ในพื้นที่สถานีตำรวจ จึงไม่ได้มีเจตนาหลบหนีใดๆ ทั้งสิ้น

>> 6 นักกิจกรรมเข้ารับทราบข้อกล่าวหา คดี #ม็อบ13ตุลา #คณะราษฎรอีสาน ตร.แจ้ง 5 ข้อหารวด

ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ที่ สน.ชนะสงคราม หลังอรรถพลรับทราบข้อกล่าวหาคดีจากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 คดี คือ คดีจากการฝังหมุดคณะราษฎร  และคดีจากการจัดเวทีปราศรัย อรรถพลได้ลงบันทึกประจำวันว่า 

“ข้าฯ ทราบว่าถูกสถานีตำรวจปทุมวันและลุมพินีได้ออกหมายจับข้าฯ ไว้ โดยไม่เคยออกหมายเรียกมาก่อน ข้าฯ ขอยืนยันว่าไม่เคยคิดที่จะมีเจตนาหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุภยันตรายประการอื่นๆ ข้าฯ ยืนยันในความบริสุทธิ์ จะไปปรากฏตัวและมอบตัวต่อพนักงานสอบสวนทั้งสองสถานีตำรวจดังกล่าวเพื่อต่อสู้คดีตามกฎหมาย และได้ประสานกับ พ.ต.อ.กานต์ ธรรมเกษม รอง ผบก.น. 6 ไว้แล้ว จึงขอบันทึกไว้เป็นหลักฐาน” 

“พ.ต.ท.ประเสริฐ จันทร์แดง  รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม ได้รับแจ้งไว้แล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อไว้”

>> แจ้งข้อหาคดีชุมนุม 19 ก.ย. อีก 11 คน อดีตสมาชิกดาวดินไม่ได้ไปชุมนุม แต่กลับโดนแจ้งข้อหาด้วย

จากนั้น อรรถพลพร้อมทนายความจึงเดินทางไปที่ สน.ปทุมวัน เพื่อเข้ามอบตัว พ.ต.ท.เรืองศักดิ์ บุญยัง รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ปทุมวัน ได้แสดงหมายจับกรณีการชุมนุม #16ตุลาไปแยกปทุมวัน และแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ชุมนุมมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนเป็นต้นไป” ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 และ 11 ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ

พนักงานสอบสวนเมื่อเห็นว่าอรรถพลเดินทางเข้ามอบตัว จึงยอมทำบันทึกมอบตัวแจ้งข้อกล่าวหาแทนการทำบันทึกจับกุม 

บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน บรรยายว่า สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา 9 และ 11 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ในเวลา 04.00 น.ของวันที่ 15 ต.ค. 63 จึงมีการออกข้อกำหนดข้อหนึ่งว่า “ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือกระทําการอันใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉิน” 

ต่อมาสืบทราบได้ว่าเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 63 เวลา 17.00 น. นพ.ทศพร เสรีรักษ์, สุวรรณา ตาลเหล็ก, ชาติชาย แกดํา, อรรถพล บัวพัฒน์, ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ, กรกช แสงเย็นพันธ์, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง และภาณุพงศ์ จาดนอก ได้เข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมที่บริเวณแยกปทุมวัน ขณะที่ยังมีการประกาศใช้ข้อกำหนดออกตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ผู้พบเห็นจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อให้ดำเนินคดี

สำหรับคดีจากการชุมนุม #15ตุลาไปราชประสงค์ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ มนัสชน สารวัตร (สอบสวน) สน.ลุมพินี เดินทางมาแสดงหมายจับและแจ้งข้อหาเดียวกัน คือ “ชุมนุมมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนเป็นต้นไป” ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 และ 11 ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี บรรยายว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 63 ได้พบอรรถพล บัวพัฒน์ ไปปรากฏตัวในบริเวณพื้นที่ที่มีการชุมนุม บริเวณแยกราชประสงค์ ขณะที่มีการประกาศใช้ข้อกำหนดออกตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ต่อมา นายอรรถพลได้ทราบว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับศาลแขวงปทุมวัน ซึ่งต้องหาว่า “ฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุม หรือกระทําการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย” แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และได้เดินทางมามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ปทุมวัน 

พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี จึงได้เดินทางมาที่ สน.ปทุมวัน เพื่อแสดงหมายจับ และแจ้งข้อหา ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 และ 11 ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ 

อรรถพลได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในทั้งสองคดี พนักงานสอบสวนทั้งสอง สน. พิจารณาแล้วว่า ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี จึงอนุญาตให้ประกันตัว โดยใช้ตำแหน่งทนายความ ไม่ต้องวางเงินประกัน 

ราว 19.00 น. อรรถพลสามารถเดินทางกลับบ้านได้ โดยไม่ต้องถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน. หรือนำตัวไปขออนุญาตศาลเพื่อฝากขังในชั้นสอบสวน