Banner
ความคืบหน้าคดีประจำเดือนมิถุนายน
2559

ในเดือนมิถุนายน 2559 มีความคืบหน้าของคดีที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ความช่วยเหลือจำนวน 13 คดี แยกเป็นคดีมาตรา 112 ทั้งหมด 4 คดี ได้แก่

คดีแรก คือ คดี “แอบอ้าง” สมเด็จพระเทพฯ ที่ศาลจังหวัดกำแพงเพชร จำเลยที่ 2-3 ได้ให้การรับสารภาพ และศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 7 ปี 4 เดือน ลดครึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 ปี 8 เดือน เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่จำเลยที่ 1 และ 4 ในคดีปฏิเสธข้อกล่าวหา ศาลจึงให้จำหน่ายคดีชั่วคราวและให้อัยการยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่ และศาลนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 8 สิงหาคม 2559

คดีที่ 2 คือ คดีของนางอัญชัญ (สงวนนามสกุล) ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดจากการแชร์คลิปบรรพตฯ จำนวน 29 กรรม หากศาลตัดสินว่ามีความผิดอาจถูกตัดสินจำคุก 435 ปี ซึ่งคดีนี้ไม่สามารถอุทธรณ์หรือฎีกาได้ เนื่องจากจับกุมในช่วงกฎอัยการศึก โดยนัดที่ผ่านมาคือวันที่ 7 มิถุนายน 2559 เป็นนัดสืบพยานโจทก์ ได้แก่ นายนพพร วงศ์ทวีทรัพย์ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่พยานไม่มาศาล ศาลทหารกรุงเทพจึงเลื่อนนัดไปเป็นวันที่ 19 สิงหาคม 2559

คดีที่ 3 คือ คดีนายฐนกร ศิริไพบูลย์ จำเลยถูกฟ้อง 3 กรรม คือแชร์ผังเรื่องการทุจริตการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ข้อหาตามมาตรา 116 และข้อหากดไลค์เพจที่ถูกกล่าวหาว่ามีเนื้อหาพาดพิงสถาบันกษัตริย์ และโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวพาดพิงถึงสุนัขทรงเลี้ยง ผิดตามมาตรา 112 ซึ่งในวันนัดสอบคำให้การวันที่ 9 มิถุนายน จำเลยยื่นคำร้องขอวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจระหว่างศาล โดยจำเลยเห็นว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสมุทรปราการ โดยศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนการพิจารณาคดีออกไป

ส่วนคดีที่ 4 คือ คดีนายวิชัย (สงวนนามสกุล) ถูกกล่าวหาจากการปลอมเฟซบุ๊กบุคคลอื่นแล้วโพสต์ข้อความที่เข้าข่ายตามมาตรา 112 ศาลทหารกรุงเทพฯ นัดสอบคำให้การในวันที่ 24 มิถุนายน ก่อนจะสั่งพิจารณาคดีลับ โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และศาลทหารนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 18 ตุลาคม 2559

ส่วนคดีเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกมี 4 คดี ได้แก่ คดีของนัชชา กองอุดดม จำเลยยื่นคำร้องขอวินิจชัยชี้ขาดเขตอำนาจศาล ซึ่งศาลแขวงปทุมวันมีความเห็นตรงกันกับศาลทหารกรุงเทพว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลทหารกรุงเทพ จำเลยจึงจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป  ในคดีพลเมืองโต้กลับ กรณีกิจกรรมเลือกตั้งที่ (รัก) ลัก จำเลยยื่นคำร้องขอวินิจฉัยเขตอำนาจศาล ศาลแขวงปทุมวันมีความเห็นตรงกันกับศาลทหารกรุงเทพ ว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลทหารกรุงเทพ ศาลจึงสั่งให้ดำเนินคดีนี้ต่อไป โดยยังมิได้กำหนดวันนั่งพิจารณา

อีกคดีหนึ่งคือ คดีของนางแจ่ม (นามสมมุติ) ที่ถูกกล่าวหาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับข่าวการทุจริตคอรัปชั่นกรณีการสร้างอุทยานราชภักดิ์ฯ โดยพาดพิงถึงบุคคลในรัฐบาล ซึ่งนัดฟังคำสั่งอัยการจังหวัดพระโขนงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน แต่อัยการเลื่อนฟังคำสั่งเป็นวันที่ 29 สิงหาคม 2559  ส่วนคดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยพิพากษาลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 3000 บาท รอลงอาญา 1 ปี

นอกจากนั้นยังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามที่จำเลยร้องเรียนต่อศูนย์ทนายสิทธิฯว่า มีการซ้อมทรมานจำนวน 3 คดี ได้แก่ 1. คดีจำเลย 14 คนถูกกล่าวหาว่าตระเตรียมก่อการร้าย เชื่อมโยงเหตุระเบิดศาลอาญา ศาลทหารกรุงเทพ นัดสืบพยานโจทก์ ได้แก่ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งการสืบพยานครั้งนี้ ฝ่ายโจทก์ได้ถามพยานปากนี้จนเสร็จสิ้นแล้ว เหลือแต่เพียงจำเลยถามค้านและโจทก์ถามติง ศาลจึงได้มีคำสั่งนัดสืบพยานโจทก์ปากนี้ต่อในวันที่ 31 สิงหาคม และวันที่ 1,19 กันยายน 2559 ต่อเนื่องกัน

คดีที่ 2 คือ คดีที่จำเลยชุดเดียวกันถูกกล่าวหาว่าปาระเบิดศาลอาญา ศาลทหารกรุงเทพนัดสืบพยานโจทก์ คือพล.ต.วิจารณ์ จดแตง เมื่อวันที่ 28-29 มิถุนายน แต่พยานไม่มาศาลตามนัด ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดสืบพยานไปเป็นวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2559

คดีที่ 3 คือ คดีที่จำเลยถูกกล่าวหาว่าปาระเบิดบริเวณบรรทัดทอง ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งต่อไปวันที่ 16 และ 30 มิถุนายน แต่พยานไม่มาศาล ศาลทหารกรุงเทพจึงเลื่อนนัดไปเป็นวันที่ 16 สิงหาคม 2559

อีกคดีหนึ่งคือ คดีที่นักข่าวถูกเลิกจ้าง โดยโจทก์อ้างว่าผิดสัญญาจ้างแรงงาน แต่เหตุเลิกจ้างที่แท้จริงเนื่องมาจากลูกจ้างเคยร่วมกิจกรรมคัดค้านการรัฐประหาร โดยในวันที่ 9 มิถุนายน โจทก์และจำเลยสามารถตกลงกันได้โดยโจทก์รับเงินช่วยเหลือเท่ากับค่าจ้างก่อนถูกเลิกจ้างจำนวน 1 เดือน

คดีสุดท้ายคือคดีของนายณัฐพล เข็มเงิน หรือ “เจเจ” ที่ถูกดำเนินคดีละเมิดอำนาจศาล เนื่องจากนำสเปรย์ไปพ่นสีที่ป้ายศาลอาญา ซึ่งศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 9000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษลงกึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 4500 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และให้ทำประโยชน์เพื่อสังคม 12 ชั่วโมง

ดูไฟล์ตารางสรุปความคืบหน้าคดีที่ ความคืบหน้านัดพิจารณาคดี เดือนมิถุนายน 2559

 

นัดพิจารณาคดีในเดือนกรกฎาคม 2559

นัดหมายคดีของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนในเดือนนี้มีจำนวน 12 คดี แยกเป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 3 คดี

คดีที่ 1 คือ คดีของนายธารา (สงวนนามสกุล) โดยจะนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ที่ศาลทหารกรุงเทพ เวลา 8.30 น.  คดีที่ 2 คือคดีของประชาชนรายหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ถูกดำเนินคดีที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 43 จังหวัดสระบุรี โดยจะนัดสอบคำให้การในวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 ส่วนคดีที่ 3 คือคดีของบัณฑิต อานียา ที่ถูกดำเนินคดีจากการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมพรรคการเมืองแห่งหนึ่ง โดยศาลทหารกรุงเทพจะนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ 25 กรกฎาคมนี้ เวลา 8.30 น.

ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงออกจำนวน 5 คดี ได้แก่ คดีที่ 1 คือคดีโพสท์สิทธิ ที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และนางสาวฐิตารีย์ อุทยานนุกูลศิริกุล ถูกจับกุมและดำเนินคดีตาม พรบ. รักษาความสะอาดฯ ซึ่งศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 5 กรกฎาคม 2559  คดีที่ 2 คือ คดีของรินดา ที่ถูกดำเนินคดีจากการโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทนายกและภรรยา แต่ถูกตั้งข้อหาตามมาตรา 116 ซึ่งผู้ต้องหาจะถูกนัดส่งตัวให้อัยการศาลอาญา ในวันที่ 8 กรกฎาคม เวลา 10.00 น.

ในคดีที่ 3 คือ คดีนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หนึ่งในสมาชิกพลเมืองโต้กลับที่ถูกดำเนินคดีในศาลทหาร จากการทำกิจกรรมพลเมืองรุกเดิน โดยศาลทหารกรุงเทพ นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 11 กรกฎาคม 2559 เวลา 8.30 น. คดีที่ 4 คือ คดีสมบัติ บุญงามอนงค์ ถูกดำเนินคดีจากการจัดกิจกรรมต่อต้านรัฐประหาร โดยศาลทหารกรุงเทพนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 เวลา 8.30 น.  ส่วนคดีสุดท้ายคือคดีฝ่าฝืนเงื่อนไขท้ายประกาศ คสช.ของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ซึ่งศาลนัดสอบคำให้การในวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 เวลา 8.30 น.

อีก 2 คดี เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามและจำเลยร้องเรียนต่อศูนย์ทนายฯว่าถูกเจ้าหน้าที่รัฐซ้อมทรมานระหว่างถูกควบคุมตัว คดีแรกคือ คดีที่จำเลยถูกกล่าวหาว่าปาระเบิดบริเวณบิ๊กซี ราชดำริ ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต โดยศาลอุทธรณ์จะอ่านคำพิพากษาวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 เวลา 9.00 น. และคดีที่สองคือ คดีที่จำเลย 14 คน ถูกกล่าวหาว่าปาระเบิดศาลอาญา โดยศาลทหารกรุงเทพนัดสืบพยานโจทก์ปากพล.ต.วิจารณ์ จดแตง ในวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2559 เวลา 8.30 น.

ส่วน 2 คดีสุดท้าย คือคดีของจิตรา คชเดช นักกิจกรรมด้านแรงงาน ที่ถูกดำเนินคดีจากการไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. โดยศาลทหารนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เวลา 8.30 น. และคดีของศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 142 และ 368 ซึ่งอัยการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 เวลา 9.30 น. ณ สำนักงานอัยการศาลแขวง 3 (ดุสิต)

ดูไฟล์ตารางนัดพิจารณาคดีได้ที่ หมายแจ้งนัดเดือนกรกฎาคม 2559