วันที่ 18 พ.ย. 63 ที่ศาลจังหวัดลำพูน นายกิตติภูมิ ปัญโญใหญ่ ครูสอนพิเศษในจังหวัดลำพูนวัย 38 ปี ที่เป็นผู้แจ้งการชุมนุมสาธารณะ บริเวณหน้าวัดมหาวัน เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 63 เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวแกนนำนักกิจกรรมและนักศึกษา ได้ถูกอัยการจังหวัดลำพูนส่งฟ้องคดีในข้อกล่าวหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงานที่ดูแลการชุมนุม ตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ มาตรา 8 (3) โดยกิตติภูมิให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำพิพากษาให้รอการกำหนดโทษเป็นเวลา 1 ปี

ภาพการชุมนุมวันที่ 23 ต.ค. 63 หน้าวัดมหาวัน จ.ลำพูน จากเพจ เครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จังหวัดลำพูน

ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 63 นายกิตติภูมิ ปัญโญใหญ่ ได้เดินทางไปแจ้งการชุมนุมสาธารณะ บริเวณหน้าวัดมหาวัน จังหวัดลำพูน ในวันที่ 23 ต.ค. 63 เวลา 16.00 – 21.00 น. เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำผู้ชุมนุมคณะราษฎรที่ถูกฝากขังในเรือนจำทุกคน ด้านพ.ต.ท.ฐิติพล อรุณสกุล ตำแหน่งรองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามฯ รักษาการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองลำพูน ได้มีหนังสือสรุปสาระสำคัญการชุมนุมและคำสั่งให้แก้ไขการชุมนุม ตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ มาตรา 11 วรรคสอง มายังนายกิตติภูมิ มีเนื้อหาโดยสรุปสั่งให้แก้ไขการชุมนุมสาธารณะที่กิตติภูมิแจ้ง เนื่องจากเห็นว่าบริเวณดังกล่าวเป็นสี่แยกมีการจราจรคับคั่งและกีดขวางเส้นทางลำเลียงผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลลำพูน อีกทั้งอยู่ใกล้บริเวณวัดมหาวัน ซึ่งเป็นศาสนสถาน จึงให้นายกิตติภูมิทำการแก้ไขการชุมนุมภายใน 6 ชั่วโมง

นายกิตติภูมิระบุว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าว กลุ่มคณะราษฎรลำพูนได้เคยแจ้งการชุมนุมและจัดการชุมนุมสาธารณะมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 63 จึงไม่คิดว่าการชุมนุมจะสร้างผลกระทบอย่างที่พ.ต.ท.ฐิติพลมีความเห็น อีกทั้งระยะเวลาการทำกิจกรรมก็ได้กระชั้นเข้ามา และทางกลุ่มได้มีความพยายามเสาะหาสถานที่จัดกิจกรรมใหม่แล้ว แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงได้ยืนยันจัดกิจกรรมตามที่ได้แจ้งการชุมนุมต่อไป

จากนั้นวันที่ 22 ต.ค. 63 ช่วงเย็น พ.ต.ท.ฐิติพล อรุณสกุล ได้มีหนังสือสั่งห้ามการชุมนุมสาธารณะตามมาตรา 11 วรรคสาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ตอบกลับตามหนังสือแจ้งการชุมนุมของนายกิตติภูมิ ที่บริเวณแยกวัดมหาวัน

อย่างไรก็ตามวันที่ 23 ต.ค. 63 นายกิตติภูมิและคณะราษฎรลำพูนยังได้จัดกิจกรรม ตามที่ได้มีการแจ้งการชุมนุมสาธารณะไว้ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมราว 200 คน อีกทั้งมี นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” และ “เมนู” นักเรียนชั้นม.6 ในจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมกิจกรรม ต่อมาหลังจากการชุมนุมดังกล่าว นายกิตติภูมิได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาในคดีที่มี พ.ต.ท.ฐิติพล อรุณสกุล เป็นผู้กล่าวหา ในข้อกล่าวหา “ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามการชุมนุมหรือจัดการชุมนุมระหว่างมีคำสั่งห้ามการชุมนุม” ตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 63 นายกิตติภูมิพร้อมด้วยทนายความจึงได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เมื่อเดินทางไปถึงสถานีตำรวจ ร.ต.ท.เอกวัฒน์ พฤกษะวัน พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามการชุมนุมหรือจัดการชุมนุมระหว่างมีคำสั่งห้ามการชุมนุม” จากการชุมนุมหน้าวัดมหาวัน เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 63  โดยนายกิตติภูมิได้ตัดสินใจรับสารภาพเพื่อลดภาระทางคดีต่างๆ พนักงานสอบสวนจึงได้จัดทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำไว้ ก่อนนำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อส่งไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ก่อนจะนัดหมายให้นายกิตติภูมิเดินทางมาพบอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น เพื่อส่งตัวผู้ต้องหาและสำนวนคดีให้กับพนักงานอัยการ

ภาพการชุมนุมวันที่ 23 ต.ค. 63 หน้าวัดมหาวัน จ.ลำพูน จากเพจ เครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จังหวัดลำพูน

อัยการสั่งฟ้องทันที ก่อนศาลพิพากษาให้รอการกำหนดโทษ โดยส่งให้ศาลภาค 5 พิจารณาด้วย

วันที่ 18 พ.ย. 63 เวลา 10.00 น. นายกิตติภูมิพร้อมด้วยทนายความจึงได้เดินทางไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดลำพูน เพื่อฟังคำสั่งทางคดี โดยพนักงานอัยการระบุว่าเนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษในเขตอำนาจของศาลแขวง และผู้ต้องหาให้การรับสารภาพแล้ว พนักงานอัยการจะส่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลในวันนี้เลย โดยให้ผู้ต้องหาเดินทางไปพบที่ศาลจังหวัดลำพูน

จนกระทั่งเวลา 11.30 น. พนักงานอัยการได้ส่งฟ้องนายกิตติภูมิต่อศาลจังหวัดลำพูน โดยศาลได้รับไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ 1149/2563 โดยคำฟ้องโดยสรุปเหตุการณ์การแจ้งการชุมนุมของจำเลย ประกอบกับคำสั่งให้แก้ไขการชุมนุมและคำสั่งห้ามการชุมนุมของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ เมื่อจำเลยยังคงจัดการชุมนุมขึ้นจึงเป็นการฝ่าฝืนต่อพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ โดยจำเลยได้ให้การรับสารภาพมาตั้งแต่ชั้นสอบสวน

ทั้งนี้ตามมาตรา 27 โดยกำหนดโทษของผู้ฝ่าฝืนมาตรา 8 ของพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ไว้ว่ามีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในเวลาประมาณ 12.00 น. หลังการส่งฟ้อง จำเลยได้ถูกนำตัวไปควบคุมไว้ในห้องขังใต้ถุนศาลจังหวัดลำพูน เพื่อรอคำสั่งของศาลต่อไป ด้านทนายความจำเลยได้ยื่นคำแถลงประกอบคำรับสารภาพ โดยขอให้ลงโทษสถานเบา รอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษจำเลย เพื่อให้ศาลพิจารณาไว้ด้วย

หลังการรอคอยนานกว่า 4 ชั่วโมง ที่ห้องขังใต้ถุนศาล โดยที่จำเลยยังไม่ได้ทานอาหารกลางวัน การพิจารณาสำนวนคดีของจำเลยเป็นไปโดยใช้เวลานานกว่าปกติ เมื่อทนายความจำเลยพยายามสอบถามว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นหรือไม่ในเวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัวจำเลยในห้องขังใต้ถุนศาลได้ระบุว่าสำนวนคดีของจำเลยได้ถูกส่งไปให้ที่สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 เป็นผู้พิจารณาด้วย จึงใช้เวลานาน

จนกระทั่งเวลา 16.05 น. ศาลจังหวัดลำพูนได้ถามคำให้การจำเลยอีกครั้ง จำเลยยืนยันให้การรับสารภาพ ผู้พิพากษาจึงได้อ่านคำพิพากษาสั้นๆ ระบุว่าศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ตามฟ้องโจทก์จริง แต่ให้รอการกำหนดโทษไว้เป็นเวลา 1 ปี และให้ปล่อยตัวจำเลยกลับได้