“หมอลำแบงค์” เข้าเรือนจำอีกครั้ง ศาลอาญาไม่ให้ประกันเหตุปราศรัย #19กันยาทวงอํานาจคืนราษฎร 

20 ต.ค. 63 เวลา ​16.30 น. ศาลอาญา รัชดาฯ มีคำสั่งไม่ให้ประกัน “หมอลำแบงค์” ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม จากคดีการชุมนุม #19กันยาทวงอํานาจคืนราษฎร ในข้อหา ยุยงปลุกปั่น, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215 และข้อหาใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ  

นายเทวัญ รอดเจริญ ผู้พิพากษาระบุเหตุผลในการไม่อนุญาตให้ประกันตัวปติวัฒน์ว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา ประกอบกับคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน เห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง กระทบต่อความมั่นคง และสังคมส่วนรวม อีกทั้งเจ้าพนักงานจับกุมผู้ต้องหาได้ตามหมายจับ กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากให้ประกัน ผู้ต้องหาจะหลบหนี และจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นหรือไปมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันอีก”

ทั้งนี้ ข้อหา ม.116 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี, ม.215 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และข้อหาใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท 

ก่อนหน้านี้ในวันที่ 19 ก.ย. 63 เวลา 11.30 น.​ ตำรวจจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 (บก.สส.ภ.4) ในชุดนอกเครื่องแบบ​เกือบ 10 นาย​ ขับรถกระบะเข้าไปที่หอพักของปติวัฒน์ ย่านหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น​ และเข้าจับกุมปติวัฒน์ซึ่งพักอยู่ในห้อง โดยแสดงหมายจับของศาลอาญา ในข้อหาตามมาตรา 116 ก่อนควบคุมตัวปติวัฒน์ขึ้นรถออกจากหอพัก นำตัวไปที่ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4  ทำบันทึกจับกุม และนำตัวไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองขอนแก่น 

จากนั้น ตำรวจได้ควบคุมตัวปติวัฒน์ออกเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยรถกระบะ 4 ประตู โดยแจ้งปติวัฒน์และทนายว่า จะนำตัวไป สน.ชนะสงคราม แต่ในระหว่างทางได้รับแจ้งจากตำรวจว่า เปลี่ยนจุดหมายเป็น บก.ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี 

ราว 19.30 น. ปติวัฒน์ถูกนำตัวถึง บก.ตชด. ภาค 1 พนักงานสอบสวนแจ้งพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาว่า ปติวัฒน์ได้เข้าร่วมการชุมนุม #19กันยาทวงอํานาจคืนราษฎร ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และขึ้นปราศรัยบนรถยนต์เวทีเคลื่อนที่โดยใช้เครื่องขยายเสียง มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันกษัตริย์ ต่อมา พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณกร ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีพริษฐ์ ชิวารักษ์, ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม และพวก 

จากนั้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนล่่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย หรือกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และร่วมกันใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปติวัฒน์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา  

ต่อมา เช้าวันที่ 20 ต.ค.63 พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวปติวัฒน์ออกจาก บก.ตชด.ภาค1 ไปที่ศาลอาญาเพื่อยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาในระหว่างสอบสวน มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-31 ต.ค. 63 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ขณะที่ทนายจากพรรคเพื่อไทยยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง ระบุเหตุผลว่า ผู้ต้องหาไม่ได้กระทำความผิด เป็นเพียงการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและเป็นการเรียกร้องทางการเมืองโดยสุจริตชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย

ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังตามคำขอของพนักงานสอบสวนเพียง 7 วัน เพื่อให้การสอบสวนเสร็จสิ้นโดยเร็ว ทนายความจึงดำเนินการยื่นประกันตัว โดยนายภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.ขอนแก่น ได้ใช้ตำแหน่ง ส.ส.ยื่นเป็นหลักประกัน แต่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกัน ทำให้แบงค์ต้องถูกควบคุมตัวไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพในช่วงเย็น

เมื่อปี 58 “หมอลำแบงค์” พร้อม “กอล์ฟ-ภรณ์ทิพย์” เคยถูกตัดสินจำคุก 2 ปี 6 เดือน ในคดี ม.112 จากการแสดงละครเวทีเรื่อง “เจ้าสาวหมาป่า” มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยขณะนั้นเขาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนที่จะเขาพ้นโทษจำคุกได้รับอิสระภาพเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 60 สี่ปีต่อมาเขาต้องถูกขังในเรือนจำอีกครั้ง

นอกจากคดีจากการชุมนุม #19กันยาทวงอํานาจคืนราษฎร เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปติวัฒน์ยังถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการชุมนุม #อีสานบ่ย่านเด้อ ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อ 23 ก.ค. 63