คดีพุ่งต่อเนื่อง แจ้งข้อหาพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 3 นักกิจกรรม จากชุมนุม #ม็อบ18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย

10 พ.ย. 63 เวลา 10.00 น. ที่สน.พญาไท สามนักกิจกรรรม ได้แก่ ชลธิชา แจ้งเร็ว, ธัชพงศ์ หรือชาติชาย แกดำ และสมบัติ ทองย้อย เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ก่อนจะถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหตุจากการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 63

ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.เกษม พิพิธกุล สารวัตรสอบสวนสน.พญาไท ได้ออกหมายเรียกลงวันที่ 2 พ.ย. 63 ให้ทั้งสามคนมารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ โดยคดีนี้มี พ.ต.ท.ชัยณรงค์ ทรัพยสาร รองผู้กำกับสืบสวนสน.พญาไท เป็นผู้แจ้งความกล่าวหา โดยในตอนแรกยังไม่ทราบว่าเป็นหมายเรียกจากการชุมนุมเมื่อใด

 

 

ในวันนี้ พ.ต.ท.เกษม พิพิธกุล ได้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสามคน อันเนื่องมาจากการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 63 หรือ #ม็อบ18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย โดยกล่าวหาว่าทั้งสามคนกระทำความผิดฐาน “ชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ หรือกระทำการอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย” ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

ผู้กล่าวหาระบุพฤติการณ์กล่าวหา โดยยกเหตุผลการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งลงนามโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 63 มากล่าวอ้าง และระบุถึงการที่พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตามข้อ 1 ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

พนักงานสอบสวนระบุว่าเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 63 ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายกันทางแอพพลิเคชั่นต่างๆ ให้มารวมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และบริเวณใกล้เคียง จนถึงเวลาประมาณ 16.15 น. ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมมารวมตัวกันบริเวณที่เกิดเหตุประมาณ 15,000-20,000 คน รวมถึงผู้ต้องหานี้ อยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมโดยทำหน้าที่เป็นการ์ดหรือรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.พญาไท จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

ทั้งสามคนได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 20 วัน พนักงานสอบสวนได้ให้ผู้ถูกกล่าวหาพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ และให้ปล่อยตัวไปโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว พร้อมกับนัดให้ทั้งสามคนมารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 20 พ.ย. 63 เวลา 9.00 น.

ทั้งนี้ การชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 63 เป็นการชุมนุมในระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง โดยผู้ชุมนุมไม่ได้มีการตั้งเวทีปราศรัย และไม่ได้มีแกนนำชัดเจน เกิดขึ้นเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำหลักที่ถูกจับกุมคุมขังในช่วงดังกล่าว รวมทั้งยืนยันข้อเสนอ 3 ข้อของการเคลื่อนไหว การชุมนุมมีเพียงการใช้ลำโพงขนาดเล็กหลายจุดในที่ชุมนุม และเปิดโอกาสให้ผู้ชุมนุมร่วมกันขึ้นพูด (ดูรายละเอียดการชุมนุมใน Mob Data Thailand)

ในส่วนการฝ่าฝืนข้อกำหนดตามมาตรา 9 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ