วันที่ 2 มี.ค. 63 ที่ศาลแขวงเชียงใหม่ มีนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐาน ในคดีที่นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสมาชิกกลุ่ม “สมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย” ถูกอัยการส่งฟ้องในข้อหา “เป็นผู้ประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งการชุมนุม ก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง” ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 10 จากกิจกรรมแฟลชม็อบ #ไม่ถอยไม่ทน ของประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ ที่บริเวณลานประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 62

วันนี้ ศาลแขวงเชียงใหม่ได้ถามคำให้การจำเลยอีกครั้งว่าจะให้การอย่างไร ด้านจำเลยยืนยันขอให้การปฎิเสธเนื่องจากไม่ใช่ผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ จากนั้นทนายจำเลยได้แถลงขอตรวจพยานหลักฐานของอัยการคดีศาลแขวงโจทก์ในคดีนี้ ศาลจึงให้คู่ความทั้งสองฝ่ายตรวจพยานหลักฐาน ก่อนจะสอบถามจำนวนพยานในคดีที่จะนำเข้าสืบต่อศาล

ฝ่ายโจทก์ระบุมีพยานบุคคลทั้งหมดจำนวน 4 ปาก ซึ่งจากการปรึกษากับทนายความจำเลย มีพยาน 1 ปากที่ฝ่ายจำเลยรับคำให้การเป็นหนังสือได้ โดยพยานคนดังกล่าวคือ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ที่ได้มอบหมายให้รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่รับผิดชอบการชุมนุมที่จำเลยถูกฟ้องในคดีนี้ จึงทำให้ฝ่ายโจทก์เหลือพยานบุคคลเพียง 3 ปาก ฝ่ายจำเลยระบุว่ามีพยานบุคคลจำนวน 7 ปาก ประกอบไปด้วยนักวิชาการ, ประชาชนทั่วไปที่เห็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมจากสื่อต่างๆ และประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมในวันดังกล่าว

เมื่อสอบถามจำนวนพยานและประเด็นในคดีแล้ว ศาลแขวงเชียงใหม่ได้นัดหมายสืบพยานโจทก์ในวันที่ 27 พ.ค. 63 และสืบพยานจำเลยในวันที่ 28-29 พ.ค. 63 เริ่มเวลา 9.00 น. ของทุกวัน

สำหรับเหตุในคดีนี้ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 62 ที่บริเวณประตูท่าแพ มีการรวมตัวชุมนุมแฟลชม็อบของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ จากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้เงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และต่อมานายธนาธร ได้นัดหมายชุมนุมแสดงพลังของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์ดังกล่าว ที่บริเวณสกายวอล์กแยกปทุมวัน ในเวลา 17.00-18.00 น. และมีการชุมนุมคู่ขนานกับกิจกรรมดังกล่าวในหลายจังหวัด

ต่อมาวันที่ 15 ธ.ค. 62 พ.ต.ต.ชุวาพล ชัยสร สว.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ให้ดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กชื่อ “สมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย” ในความผิดฐาน “จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ซึ่งนายประสิทธิ์จำเลยในคดีนี้ ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 62 เพื่อยืนยันตนว่าเป็นผู้ดูแลเพจสมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย แต่ไม่ใช่ผู้จัดการชุมนุมสาธารณะดังกล่าว ปรากฏว่าในวันดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายประสิทธิ์ในทันทีที่เข้าแสดงตน โดยกล่าวหาในความผิดฐาน “จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง ก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง” ตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ โดยประสิทธิ์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

จากนั้นเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 63 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ได้สรุปสำนวนการสอบสวน โดยมีความเห็นควรสั่งฟ้องนายประสิทธิ์ พร้อมกับส่งสำนวนคดีและตัวนายประสิทธิ์ให้กับอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ และทางอัยการแขวงได้นัดหมายให้นายประสิทธิ์เข้ารายงานตัวต่ออัยการคดีศาลแขวงเพื่อฟังคำสั่งในคดีจำนวน 2 ครั้ง ก่อนที่จะส่งฟ้องนายประสิทธิ์ต่อศาลแขวงเชียงใหม่ในวันที่ 23 ม.ค. 63

 ทั้งนี้  พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 10 เรื่องการแจ้งการชุมนุมสาธารณะก่อน 24 ชั่วโมง มีโทษปรับสูงสุดจำนวน 10,000 บาท และผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในมาตราดังกล่าวจะต้องเป็น “ผู้จัดการชุมนุม” เท่านั้น ไม่ได้รวมไปถึงผู้เข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะแต่อย่างใด

 

ส่วนนายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ อายุ 25 ปี เป็นนักศึกษาสาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทำกิจกรรมในนามกลุ่ม “สมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย” และเคยถูกกล่าวหาดำเนินคดีจากการแสดงออกทางการเมืองมาแล้ว 2 คดี ได้แก่ คดีชุมนุมของคนอยากเลือกตั้ง ที่หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 61 หรือคดี CMU06 และคดีชุมนุม 4 ปีรัฐประหาร หรือ UN62 ในส่วนของแกนนำ ซึ่งคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการต่อสู้ในศาลอาญา กรุงเทพ (ดูประวัติของประสิทธิ์เพิ่มเติม)